อาหารทำเอง, อาหารง่ายๆ, สูตรข้าวแกง, สูตรอาหาร อร่อยๆ, อาหารไทย, วิธีทำอาหาร อาหารไทยง่ายๆ





วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2557

3 เมนูหลักข้าวราดแกง ที่ขายดีที่สุด ต้องมีประจำร้าน

พูดถึงข้าวราดแกง เมื่อเรื่มเปิดร้านขายข้าวราดแกงใหม่ ก็จะไม่รู้ว่า เมนูอาหารอะไรที่ขายดี แต่พอขายไปซักระยะก็จะทราบว่า เมนูที่ต้องมีประจำที่ขายดีที่สุด และพอที่จะขายได้ สำหรับ บล็อค อาชีพขายข้าวแกงก็มีอาหารที่ขายดีประจำร้าน ที่สามารถขายได้ทุกวัน

ข้าวราดแกงที่ขายดี

 แกงพะแนงหมู
แกงพะแนงหมู  เป็นเมนูข้าวราดแกงที่จะต้องมีประจำร้านทุกวัน แกงนี้สามารถเก็บไว้ขายได้ในวันต่อไป ถ้าขายไม่หมด สามารถทำเพิ่มได้ ด้วยรสชาติที่ถูกปากของคนทุกภาค คือไม่เผ็ดมาก ความมันจากกะทิ ความความจากหัวกะทิ



ไข่พะโล้
ไข่พะโล้        เป็นเมนูข้าวราดแกงที่ขาดมิได้เลย ต้องมีไว้ประจำร้าน แกงไข่พะโล้ สามารถ กินคู่กับแกงได้หลายชนิด เช่น กินกับ แกงพะแนง แกงส้ม คั่วกลิ้ง มากมาย และเป็นแกงที่เด็กกินได้ ในแกงพะโล้จะมีหมู หรือ ไก่ ก็ได้



สูตรแกงคั่วกลิ้ง
แกงคั่วกลิ้ง  เป็นอาหารของปักษ์ใต้ แต่จากการที่ได้ทดลองขายข้าวราดแกง ก็สรุปได้ว่า สามารถกินได้ เพราะลูกค้าที่มากิน ก็สั่งคั่วกลิ้ง กินกับแกงชนิดอื่น เช่น พะโล้ ผัดผัก หมูทอด ด้วยรสชาติที่จัดจ้าน ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจ ผู้ได้กินแกงคั่วกลิ้งนั้นเอง

สูตรน้ำพริกกะปิ มะดัน
เมนูแถม น้ำพริกกะปิ เป็นอาหารที่ขาดมิได้แล้ว เพราะทางร้านข้าวแกง จัดเป็นของฟรีไว้บริการลูกค้า และ ด้วยผักที่ทางร้านได้จัดไว้บริการ เช่น มะเขือม่วง ถั่วฝักยาว แตงกวา ซึ่งมีประโยชน์ทั้งนั้น

จาก ที่กล่าวมา 3 เมนูหลักข้าวราดแกง ที่ขายดีที่สุด ก็น่าจะเป็นที่ถูกใจของใครหลายๆ คน ใครจะนำสูตรข้าวแกงไปทำ กิน หรือ ทำขายก็ได้ ไม่หวง


Share:

วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สูตรเด็ดและวิธีทำแกงเผ็ดหมูใส่ฟักทอง อร่อยต้องลอง

แกงเผ็ดหมูใส่ฟักทอง

แกงเผ็ดหมูใส่ฟักทอง จะคล้ายกับแกง พะแนงหมู แกงที่ทุกคนรู้จัก และเป็นอาหารภาคกลาง การที่จะทำให้อร่อย มันไม่ยาก แต่จะหากินที่อร่อยมันยาก ทั้งนี้ก็เพราะแต่ละคนที่ปรุงอาหารก็ไม่เหมือนกัน แต่สูตรและวิธีทำแกงเผ็ดหมูใส่ฟักทอง ของ บล็อคอาชีพขายข้าวแกง รับรองว่าติดใจไปหลายราย และเป็นแกงที่ขายหมดก่อนเพื่อน มาดูสูตรและวิธีทำแกงเผ็ดหมูใส่ฟักทอง กัน

วิธีทำแกงเผ็ดหมู
วิธีทำแกงเผ็ดหมู


เครื่องปรุง

- เนื้อหมู              1         กก.
- น้ำกะทิสด         1         กก.
- ฟักทอง             1         กก.
- พริกแดงใหญ่    5         ฝัก
- ใบมะกรูดพอประมาณ
- พริกแกงเผ็ด
- ใบแมงลักพอประมาณ
- กะปิ                   1         ช้อนแกง
- น้ำตาลทราย      1        ช้อนแกง
- เกลือ                 1        ช้อนแกง

วิธีทำแกงเผ็ดหมูใส่ฟักทอง

หันหมูเป็นชิ้นพอดีคำพักไว้ก่อน นำหัวกะทิ (ให้เหลือหัวกะทิบางส่วน) กะปิ และเครื่องแกง ไปปั่นรวมกัน และนำไป ใส่หม้อ ตั้งไฟ  ทำการเคี่ยวให้แตกมัน และมีกลิ่นหอมของเครื่องแกง จากนั้นนำหมูใส่ลงไป ทำการเคี่ยวหมูให้คลุกเคล้ากับเครื่องแกงเผ็ดหมูใส่ฟักทอง จากนั้นนำหางกะทิทั้งหมดใส่ลงไป ตามด้วยฟักทอง ตามด้วยเครื่องปรุง เกลือ น้ำตาล แล้วชิมให้ได้รสชาติ เค็มนำ หวานตาม นิดๆ จากนั้น ตามด้วย หัวกะทิที่เหลือไว้ และสุดท้าย แต่งสีสันของแกงแกงเผ็ดหมูใส่ฟักทอง ด้วย พริกแดง ใบมะกรูด และใบแมงลัก เป็นอันเสร็จ วิธีทําแกงเผ็ดหมูใส่ฟักทอง

เคล็ดลับ
แกงเผ็ดหมูใส่ฟักทอง จะอร่อยตรงที่ การเลือกพริกแกง และกรรมวิธีการปรุง จะต้องเคี่ยวพริกแกง กับน้ำกะทิให้แตกมัน และอยู่ตรงขั้นตอนสุดท้าย คือ การใส่หัวกะทิลงไป จะเป็นการเพิ่มความเข้มข้นและหวานจากหัวกะทิ ทำมให้ สูตรและวิธีทําแกงเผ็ดหมูใส่ฟักทอง ของ บล็อคอาชีพขายข้าวแกง ขายได้ทุกวัน ลูกค้าติดใจในรสชาติ ลองดู

สูตรข้าวแกง
Share:

วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สูตรและวิธีทำ แกงเขียวหวานหมู ทำขายดี ทำกินเยี่ยม


แกงเขียวหวานหมู



Advertisment


ง่ายๆ กับ บล็อค อาชีพขายข้าวแกงแบ่งปันสูตรอาหาร ถึงคราวอาหารอีกอย่าง คือ แกงเขียวหวานหมู เป็นสุดยอดเมนูอาหารอีกอย่างที่นิยมทานกัน ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ฝรั่งมังค่า เชื่อว่าทุกคนต้องเคยกินกัน ด้วยรสชาติที่ไม่เผ็ดมาก บวกความหวานจากกะทิ เติมสีสัน สีเขียวด้วยเครื่องแกงเขียวหวาน ซึ่งทำมาจากผิงมะกรูด เป็นสีธรรมชาติ ครบเครื่องไปด้วย สมุนไพร สูตรและวิธีทำง่าย ไม่ยาก

 แกงเขียวหวานหมู
 แกงเขียวหวานหมู
แกงเขียวหวานหมู




เครื่องปรุง
- เครื่องแกงเขียวหวาน     1    ขีด
- ใบโหระพา                     1    ขีด
- มะเขือเปาะ                     2    กก.
- เนื้อหมู                           1    กก.
- น้ำกะทิ (หัว + หางกะทิ)     1   กก.
- พริกสดแดงใหญ่             5    ฝัก
- ใบมะกรูด
- เกลือ
มะเขือเปาะ
มะเขือเปาะหั่น 8
- น้ำตาลปี๊บ

วิธีทำ

หั่นหมูพอดีคำ หั่นมะเขือเปาะ ซอยพริกแดงใหญ่ พักไว้ก่อน จากนั้น นำน้ำหัวกะทิปั่นรวมกับ พริกแกงเขียวหวาน ติดไฟ ตั้งหม้อ ใส่น้ำหัวกะทิที่ปั่นกับเครื่องแกงเขียวหวามลงไป ใส่หมูลงไป ทำการเคี่ยวให้แตกมันซักพัก จากนั้น นำหางกะทิใส่ลงไป ตามด้วย มะเขือเปาะ รอให้น้ำแกงเดือด จากนั้น ใส่เครื่องปรุง เกลือ น้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากัน ชิมให้ได้รส ตามด้วย หัวกะทิที่เหลือ เมื่อใส่แล้วจะทำให้แกงเขียวหวานหมูสีนวล สุดท้ายใส่ ใบมะกรูด และใบโหระพา เป็นอันเสร็จ แกงเขียวหวานหมู พร้อมทานเป็นกับข้าว หรือ ทานกับขนมจีนก็อร่อย


เคล็ดลับความอร่อย
แกงเขียวหวานหมู จะได้รสชาติ อย่าลืมใส่ใบโหระพา เคี่ยวกะทิให้แตกมัน การผสมเครื่องแกงกับหัวกะทิให้ลองใช้เคื่องปั่นเป็นตัวผสม จะได้ความเนียนของน้ำแกง และสีสันที่น่ากิน


Advertisment


Share:

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2557

วิธีทำและสูตรต้มข่าไก่ ใส่มะดัน ไม่ใส่น้ำตาล

สูตรต้มข่าไก่
ง่ายๆ สบายๆ กับอาหารไทย ต้มข่าไข่ วิธีทำต้มข่าไก่ เป็นอาหารที่เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี ข่าเป็นสมุนไพรหลักในการปรุง ด้วยรสชาติความหวานจากน้ำกะทิ และรสเปรี้ยวจากมะดัน ทำให้หลายๆคนติดใจในรสชาติ วิธีทำ และสูตรต้มข่าไก่ง่าย ไม่ยุ่งยาก ทำเสร็จพร้อมขาย ข้าวราดแกงได้ทันที

สูตรต้มข่าไก่
วิธีทำและสูตรต้มข่าไก่ ใส่มะดัน ไม่ใส่น้ำตาล



เครื่องปรุง
- น้ำกะทิสดพร้อมหางกะทิ         1   กก.
- ตะใคร้                                      3   ต้น
- หอมแดง                                  5   หัว
- เกลือ                                       1    ช้อนแกง
- มะดัน                                       10  ลูก
- ข่า                                           1/2  กก.
- เนื้อไก่หั่น                                1     กก.
- เห็ดนางฟ้า                              1     กก.
- พริกแดงใหญ่                          5     ฝัก
- ต้นหอม                                   3     ต้น

วิธีปรุง

วิธีทำและสูตรต้มข่าไก่
วิธีทำและสูตรต้มข่าไก่
และแล้วก็มาถึงขั้นตอนการปรุง นำเนื้อไก่ (ถ้าเอาแบบรวดเร็วทันใจ ก็ไปซื้อแบบหั่นเสร็จสำเร็จรูป) มาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำพักไว้ก่อน นำน้ำหางกะทิตั้งไฟ ใส่ขา และ ตะไคร้ลงไป จากนั้นเคี่ยวจนแตกมัน ใช้ไฟร้อนๆ จากนั้นใส่เนื้อไก่ลงไป ตามด้วย เกลือ และมะดัน ชิมให้ได้รส ใส่หัวกะทิลงไป และขั้นตอนสุดท้าย เพื่อเติมสีสันของแกงข่าไก่ ใส่ พริกแดงใหญ่ และ ต้นหอมหั่นเป็นชิ้นลงไป ชิมอีกครั้ง เป็นอันเสร็จ พร้อมกินกับข้าวร้อนๆ หรือ ขายข้าวแกงถุง ก็ดี

เคล็ดลับ
จะเห็นว่า เมื่อชิมรสแล้วแกงข่าไก่จะมีรสเปรี้ยวหวาน ทั้งนี้รสหวานมาจาก การใส่หัวกะทิเป็นขั้นตอนสุดท้าน ส่วนความมันมาจากการเคี่ยวหางกะทิ ความมันจะไม่มันมาก เพราะเราใช้หางกะทิในการเคี่ยว ใครที่กินแกงข่าไก่ไม่ใส่น้ำตาล ก็ลองใช้สูตรนี้ทำกินดูนะครับ

บอกเล่าสุขภาพ
สูตรข้าวแกง                                
Share:

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2557

8 อาหารช่วยลดความดันสูง

8 อาหารช่วยลดความดัน

คนเรามักจะป่วยเป็นโรคความดันสูงโดยเมื่อตอนอายุมากขึ้น และเมื่อตอนนั้นก็อาจสายไปสำหรับการรักษา แต่จะมีวิธีบอกกล่าวเกี่ยวกับอาหารที่ลดความดันสูง คือกินกันไว้ก่อนไม่เป็นไร ส่วนคนที่เป็นความดันอยู่แล้ว หรือเพิ่งเป็น ก็กินได้ไม่มีปัญหา

นมที่มีไขมันต่ำ (Low Fat Milk)
อาหารช่วยลดความดันสูง

การดื่มนมไขมันต่ำ จะดีต่อสุขภาพของหัวใจ โดยมันจะจัดหา แคลเซียม และวิตามิน D โดยที่ทั้งคู่จะทำงานร่วมกัน เมื่อกินเข้าไปแล้ว มันจะช่วยลดความดันลง 3 ถึง 10 เปอร์เซนต์







ผักขม (Spinach)

ผักขมจะมีแคลอรีต่ำ และให้ ไฟเบอร์สูง ผักใบเขียวจะมี โพแทสเซียม โฟเลต และ แม็กนีเซียม จุดประสงค์หลักของทั้ง 3 สารอาหาร คือ ทำหน้าที่รักษาความดันให้อยู่ในระดับที่คงที่ ใครที่ไม่ชอบทานผักขม ก็มีวิธีแนะนำ คือให้กินกับสลัด หรือว่า กินกับแสนวิชก็ได้ เพื่อที่จะได้กินง่ายขึ้น






เมล็ดทานตะวัน (Sunflower Seeds)

เมล็ดทานตะวันเป็นแหล่งแม็กนีเซียมชั้นเลิศ และแม็กนีเซียม ก็ทำหน้าที่เหมือนกับผักใบเขียว คือรักษาความดันให้อยู่ในระดับคงที่ แต่ก่อนซื้อทาน คุณต้องแน่ใจว่าไม่มีเกลือผสม





รวมถั่วต่างๆ (Beans)

ถัวก็เป็นอาหารช่วยลดความดันอีกตัวหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วลิสง ซึ่งในถั่วมีสารอาหาร โปแตสเซียม ไฟเบอร์ และ แม็กนีเซียม สารอาหารทั้งหมด เป็นสารอาหารชั้นเยี่ยม ที่ดีต่อการทำงานของหัวใจ ช่วยควบคุมความดัน และเพิ่มประสิทธิ์ภาพของหัวใจอีกด้วย คุณสามารถที่จะใส่ถั่วเข้าไปในของที่ชอบ เช่น สลัด หรือ ซุป



มันฝรั่งอบ (Baked white potatoes)

มันฝรั่ง มีสารอาหาร แม็กนีเซียม และ โพแทสเซียม ซึ่งสารอาหารทั้งสองอย่างจะทำหน้าที่บำรุงหัวใจ การทำงาน คือ เมื่อ โปแตสเซียมต่ำ ส่งผลให้ร่างการต้องการ โซเดียม (เกลือ) มากขึ้น จะส่งผลให้เกิดความดันสูงนั่นเอง





กล้วย (Bananas)

กล้วยเป็นอาหารลดความดัน และเป็นแหล่งสารอาหารที่ชื่อว่า โพแทสเซียม กินกล้วยกับอาหารเช้า หรือจะสไลด์ แล้วแช่ตู้เย็นกินก็อร่อยไปอีกแบบ






ถั่วเหลือง (Soybeans)

ถั่วเหลืองเป็นแหล่งสารอาหารของ แม็กนีเซียม และ โพแทสเซียม ที่ดีที่สุด จากที่กล่าวมาทั้งหมด ใครที่เป็นความดันสูง หรือโรคหัวใจ ก็ให้กินถั่วเหลืองได้เลย






ช็อคโกแลตดำ (Dark Chocolate)

ให้กินช็อคโกแลตดำไม่เกิน 30 แคลอรี ต่อวันจะดี จาการศึกษาของ Journal of the American Medical Association (JAMA). กล่าวว่า ให้เลือก ช็อคโกแลตดำที่มีส่วนผสมของ ผง โกโก้ อย่างน้อยประมาณ 70 % ถึงจะมีผลต่อการกินเพื่อควบคุมความดัน






ที่มา และ รูป: http://www.joybauer.com/
แปลโดย: http://thaifoodrecipesmake.blogspot.com/
Share:

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก

Recent Posts

Recent Posts Widget

ผู้สนับสนุน