อาหารทำเอง, อาหารง่ายๆ, สูตรข้าวแกง, สูตรอาหาร อร่อยๆ, อาหารไทย, วิธีทำอาหาร อาหารไทยง่ายๆ





แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผัก แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เมนูอาหารเช้ากินง่ายๆ น้ำพริก ผักลวก ปลาสลิดทอด

เมนูอาหารเช้ากินง่ายๆ น้ำพริก ผักลวก ปลาสลิดทอด

เมนูอาหารเช้ากินง่ายๆ น้ำพริก ผักลวก ปลาสลิดทอด เช้านี้เบื่อกับข้าว แต่ผักลวกกับน้ำพริกกินทานได้ทุกมื้อ จัดการซ้ะ ตำน้ำพริกกะปิ ลวกผักบุ้งนา ยอดแดงๆ ซื้อปลาสลิดทอดพร้อมด้วยไข่ต้มเท่านี้ก็พอเพียงแล้วสำหรับอาหารเช้า

เมนูอาหารเช้า

น้ำพริกกะปิตำเอง สูตร
ผักบุ้งลวก ซื้อผักบุ้งจากป้าเร่ขาย คนขายบอกว่าเป็นผักบุ้งที่เก็บตามทุ่งนา ยอดผักบุ้งแดงๆ
ปลาลสิด และไข่ต้ม ซื้อจากตลาดเช้า

ผักบุ้งลวก ไข่ต้ม
ผักบุ้งลวก ไข่ต้ม
ปลาสลิดทอด
ปลาสลิดทอด, ซื้อจากตลาด
น้ำพริกกะปิ
น้ำพริกกะปิ
รวมเมนูอาหารเช้า
รวมเมนูอาหารเช้า

รูปโดย Aerk's Food 
Share:

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ผัดผักบุ้ง สูตรและวิธีทำตามรูป อร่อยๆ กับอาหารไทย

ผัดผักบุ้ง สูตรและวิธีทำตามรูป อร่อยๆ กับอาหารไทย

ผักบุ้งเป็นผักพื้นบ้านไทยนำมาทำอาหาร โดยเฉพาะผัดผักบุ้ง ถ้าได้ผักบุ้งนามาผัดจะอร่อยมาก เมนูอาหารวันนี้เป็นสูตรผัดผักบุ้งไทยที่มีใบมากกว่าผักบุ้งจีน ผักบุ้งไทยต้นจะไม่ยาวใบเรียวยาวสีเขียว เวลาผัดเสร็จก้านจะกรอบ ไม่รอช้า เรามาดูวิธีทำและสูตรตามรูปเลย

สูตร ผัดผักบุ้ง

ผักบุ้งไทย     3     กำพอประมาณ
น้ำมันหอย
กระเทียม
น้ำปลา
น้ำตาล

วิธีทำตามรูป


น้ำมันในกะทะ
น้ำมันในกะทะ รอและพักไว้ก่อน ไม่ต้องจุดไฟ

สูตร วิธี ผัดผักบุ้ง
ล้างผักบุ้ง หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ใส่ลงกะทะ ยังไม่จุดไฟ

สูตร วิธี ผัดผักบุ้ง
โรยกระเทียมบุบลงบนผักบุ้ง (ยังไม่จุดไฟ)

สูตร วิธี ผัดผักบุ้ง
ใส่ซอสหอยลงบนผักบุ้ง

สูตร วิธี ผัดผักบุ้ง
กำลังเหยาะ ซอสหอยลงผักบุ้ง

สูตร วิธี ผัดผักบุ้ง
โรยน้ำตาลทราย ประมาณ 1 ช้อนชา (ยังไม่จุดไฟ)

สูตร วิธี ผัดผักบุ้ง
เหยาะน้ำปลา ประมาณ 1 ช้อนแกงลงไป




สูตร วิธี ผัดผักบุ้ง
จุดไฟ เริ่มผัผักบุ้งได้เลย

สูตร วิธี ผัดผักบุ้ง
ผัดจนผักบุ้งสุก เหี่ยวเป็นสีเขียวเข้ม

สูตร วิธี ผัดผักบุ้ง
ตักผัดผักบุ้งขึ้นจานพร้อมกินกับข้าวร้อนๆ
ผัดผักบุ้ง สูตรและวิธีทำตามรูป ทำแบบง่ายๆ อร่อยๆ จะใส่หมู หมูกรอบ ใส่ปลาเค็มก็ได้ตามใจชอบ ถูกใจผัดผักบุ้ง ก็บอกต่อ

สูตรและรูปโดย AerkFoodTripStyle
สูตรข้าวราดแกง

Share:

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สูตรผัดคะน้าน้ำมันหอย ทําข้าวแกงขาย อาหารไทย

สูตรผัดคะน้าน้ำมันหอย ทําข้าวแกงขาย อาหารไทย

สุตรข้าวแกง สูตรผัดคะน้าน้ำมันหอย ทำขายดี ทำกินก็อร่อย ใช้คะน้าฮ่องกงใช้เวลาในการผัดไม่นาน หลักสำคัญคือใช้คะน้าฮ่องกง สด ใหม่ น้ำมันหอยที่มีรสชาติเข้มข้น พร้อมน้ำปลาอย่างดี สูตรนี้ขายข้าวแกง หรือทำกินก็ได้

คะน้าน้ำมันหอย ปรุงเสร็จ
คะน้าน้ำมันหอย ปรุงเสร็จ

คะน้าน้ำมันหอย ปรุงเสร็จ
คะน้าน้ำมันหอย ปรุงเสร็จ อีกซักรูป


วัตถุดิบ

คะน้า           1              กก
กระเทียม      15           กลีบ
น้ำมันหอยอย่างดี        3    ช้อนแกง
น้ำปลาอย่างดี            1     ช้อนแกง
น้ำมันพืช


วิธีปรุงคะน้าน้ำมันหอย




Advertisment








นำคะน้าฮ่องกงมาหั่นเป็นชิ้น เด็ดใบ ไม่ต้องเอาเปลือกคะน้าออก เพราะคะน้าฮ่องกงเปลือกจะอ่อนมาก ไม่แข็งเหมือนคะน้าไทย แต่คะน้าฮ่องกงก็ปลูกทีทไทยนี่ละ หลังจากนั้นนำคะน้าล้างน้ำให้สะอาดซัก 2 น้ำแล้วพักไว้ จากนั้นตำกระเทียมพอแหลก และถ้าใครชอบพริกก็บุบพริก แล้วน้ำทั้งกระเทียมและพริกไปวางไว้บนคะน้า

จุดไฟใส่น้ำมันพืช ให้น้ำมันร้อน นำคะน้าที่รอเทใส่ลงกระทะที่กำลังร้อน ทำการคลุกเคล้าให้เข้ากับน้ำมัน สังเกตุดูใบคะน้าจะเขียวเข้ม จากนั้นก็ใส่น้ำมันหอย ตามด้วยน้ำปลา ทำการคลกเคล้าให้ได้กลิ่นน้ำมันหอย ชิมให้ได้รส ออกเค็ม เป็นอันเสร็จ แล้วตักใส่จาน หรือขายได้เลย
Share:

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

สะตอ ประโยชน์ ชื่อวิทยาศาสตร์ สรรพคุณทางยา

สะตอ
สะตอ มีชื่อ วิทยาศาสตร์ ว่า Parkia_speciosa สะตอนิยมปลูกทางใต้ของไทย และ ปัจจุบันนิยมปลูกได้ทุกภาค ผลผลิตก็ออกมาสู่ท้องตลาด ในช่วงหน้าฝน และมีราคาแพงในช่วงแรก รสชาติของสะตอจะเผื่อน และมีกลิ่นเหม็นมาก ถ้าเป็นสะตอดาน หรือสะตอป่า จะมีกลิ่นเหม็น ถ้าเป็นสะตอบ้านกลิ่นไม่แรง

สะตอ
สะตอ


ประโยชน์
1. นำสะตอมาปรุงอาหาร เช่น ผัดเผ็ดสะตอกุ้งสด สะตอดอง กินดิบ ต้มทั้งฝักกินกับน้ำพริก
2. ช่วยเจริญอาหาร กินกับน้ำพริก
3. ช่วยย่อยอาหารในลำใส้
4. ลดน้ำตาลในเลือด
5. ขับลม
6. ขับฉี่
7. นำใบมากินดิบกับน้ำพริก
8. ต้นเป็นฟืน
9. ต้นเป็นร่มได้
10. เปลือกหุ้มเมล็ด สามารถต้มกินกับน้ำพริกได้

ผัดเผ็ดสะตอกุ้งสด


สรรพคุณทางยา
ตำราแพทย์แผนไทย จะใช้เมล็ด ขับลมในลำไส้ แก้ปัสสาวะพิการ ไตพิการ ชาวโอรังอัสลีในรัฐเประ ประเทศมาเลเซียใช้เมล็ดสดรับประทาน แก้อาการผิดปกติของไต

สะตอดิบ มีเมล็ดที่มีกลิ่นเหม็นเขียวรุนแรง แต่นิยมนำมารับประทานกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาหารไทยปักษ์ใต้ หลังจากรับประทานสะตอเข้าไปจะมีกลิ่น สามารถดับกลิ่นสะตอ ด้วยการรับประทานมะเขือเปราะตามสักสองสามลูก สะตอเมื่อสุกจนฝักเป็นสีดำ เนื้อสะตอเป็นสีเหลืองบางๆ รับประทานได้ทั้งเม็ด เมล็ดในระยะนี้รสมัน เนื้อมีรสหวาน ถ้าแก่กว่าระยะนี้ ฝักจะแห้ง เมล็ดเป็นสีดำ แข็งและมีกลิ่นฉุนจัด กินไม่ได้

สะตอเป็นอาหารของคนไทย และกินกันมาช้านาน ทางใต้ของไทยเราก็กินกันเป็นประจำ สนับสนุนอาหารพื้นบ้านของไทยเรา มีขายตามตลาดทั่วไป

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

สูตรผัดผักเหลียงใส่ไข่ เบต้าแคโรทีนสูงมาก มีประโยชน์ต่อร่างกาย

สูตรผัดผักเหลียงใส่ไข่
วันนี้จะมาทำผัดผักเหลียงใส่ไข่ให้ทานกัน ผักเหลียง หรือ ผักเหมียง เป็นผักประจำถิ่นของจังหวัดระนอง ชุมพร ใครไปเที่ยวจังหวัดระนอง ก็ต้องกินผัดผักเหลียงใส่ไข่ และติดใจในรสชาติจะออกมันๆ แล้วกินกคู่กับน้ำพริกกะปิ เวลาเคี้ยวจะหนึบติดฟัน แต่วันนี้ทาง Admin ได้ไปซื้อผักเหลียงที่ตลาดไทมา กก. ละ 100 บาท (ราคาแพงมาก) แต่ก็ซื้อมาในราคา 50 บาท ซื้อมาลองผัดขายดูว่าจะมีใครกินบ้างหรือเปล่า
ผัดผักเหลียงใส่ไข่
ผัดผักเหลียงใส่ไข่


ข้อมูลเบื้องต้น ของผักเหลียง หรือ ผักเหมียง
ผักเหลียง ชื่อ ภาษากฤษ : Gnetum gnemon

ประโยชน์เบื้องต้น: ผักเหลียงนิยมปลูกตามร่องสวนยาง และใช้ใบมาผัด ต้มกะปิ แกงส้ม ลวกกะทิ

สรรพคุณทางยา สรุปเอาสั้นๆ:
สารอาหารในผักเหลียงที่ได้รับการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการจากภาคอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่าใบเขียวเข้มของผักเหลียงอุดมด้วยสารเบต้าแคโรทีนสูงมาก ซึ่งเหมาะกับเด็กที่กำลังเจริญเติบโต และผู้ที่มีปัญหาในเรื่องสายตาหรือการขาดวิตามินเอ
 
          สารเบต้าแคโรทีนนั้นเมื่อไปจับกับไขมันจะเปลี่ยนเป็นโปรวิตามินเอ (วิตามินเอถ้าได้จากสัตว์จะอยู่ในรูปของวิตามินเอ แต่ถ้าได้จากพืชจะอยู่ในรูปของเบต้าแคโรทีน และเมื่อจับกับน้ำมันจะเปลี่ยนรูปไปเป็นวิตามินเอ เราเรียกว่าโปรวิตามินเอ) ซึ่งมีประโยชน์ในการแก้ตาบอดกลางคืนหรือตาฝ้าฟางได้ดี

          การทำงานของเบต้าแคโรทีนในการบำรุงสุขภาพของดวงตา เบต้าแคโรทีนจะย่อยสลายที่ตับแล้วจะได้วิตามินเอ ซึ่งร่างกายนำไปใช้สร้างสารโรดอปซินในดวงตา ส่วนเรตินา ทำให้ตามีความสามารถในการมองเห็นในตอนกลางคืนได้  และยังลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจกด้วย
 
          ประโยชน์ถัดมาคือลดความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็ง จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญตัวหนึ่ง เมื่อร่างกายมีสารตัวนี้จึงช่วยป้องกันการเกิดเซลล์เนื้อร้ายหรือเซลล์มะเร็งได้ และยังช่วยกระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกายที่ชื่อทีเฮลเปอร์ ให้ทำงานต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น ให้ผลดีกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็ง และที่สำคัญกลุ่มสารดังกล่าวยังช่วยเติมความเปล่งปลั่งให้กับผิว ป้องกันความเหี่ยวย่น ชะลอความชราหรือต้านความแก่ได้ดี
 
          ซึ่งสอดคล้องกับบันทึกของตำรายาสมุนไพรของชาวบ้านที่กล่าวว่า ผักเหมียงมีประโยชน์ต่อร่างกายเมื่อรับประทานแล้วจะช่วยบำรุงสายตา ทำให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า แก้กระหายน้ำได้ดี โดยส่วนมากชาวสวนยางจะรู้ดีในเรื่องดี เวลากระหายน้ำหรือเหนื่อยมักจะเด็ดยอดอ่อนสด ๆ เคี้ยวไปเรื่อย ๆ ซึ่งจะช่วยลดการกระหายน้ำได้

         และทีเด็ดสำคัญคือชาวบ้านจะใช้ใบผักเหลียงบำรุงผิว โดยเฉพาะรักษาฝ้าได้ดี และรสหวานมันของผักยังช่วยบำรุงฟัน กระดูกและเอ็นได้ดี ซึ่งสอดรับกับคุณค่าทางโภชนาการ ในใบเหมียงนอกจากอุดมด้วยเบต้าแคโรทีนแล้ว ยังมีแคลเซียมสูงซึ่งมักจะพบมากในพวกผักใบเขียวอยู่แล้ว
น้ำพริกกะปิ
น้ำพริกกะปิ

 
          นอกจากนี้ กลุ่มสารอาหารที่สำคัญที่พบคือพวกวิตามินบี ซึ่งช่วยในเรื่องของระบบประสาท บำรุงประสาทได้ดี วิตามินบีหนึ่งนั้นดีต่อสมองและความจำ วิตามินบี 2 ช่วยเผาผลาญกรดอะมิโนจากโปรตีน คาร์โบไฮเดรตและไขมัน ให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย ไนอาซินช่วยให้กระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายเป็นไปด้วยดี และทำให้กระบวนการผลิตไขมันที่จำเป็นเป็นไปด้วยดี

เครื่องปรุง และวัตถุดิบ
- ผักเหลียง                 1/2        กก.
- เนื้อหมูหั่น                1/2         กก.
- ไข่ไก่                        5           ฟอง
- น้ำมันหอย
- เกลือ                        2           ช้อนชา
- กระเทียม                 1            ขีด
- น้ำตาลทราย            1            ช้อนแกง
- น้ำเปล่า
วิธีปรุง
นำผักเหลียงมาเด็ดเอาเฉพาะยอด หั่นครึ่ง พักไว้ก่อน ตำกระเทียมพอแหลก ตั้งกะทะร้อนๆ ใส่กระเทียมลงไป เจียวให้หอม จากนั้นใส่หมูลงไป ตามด้วย ไขไก่ จากนั้นตีไขให้แตก ผัดให้เข้าเนื้อกับหมู ตามด้วยผักเหลียง ตามด้วยน้ำมันหอย เกลือ และน้ำตาล เิมน้ำเปล่าลงไป และชิมให้ได้รสชาติ เวลาผักให้สังเกตุที่ผักเหลียงว่าสุกหรือยัง โดยการสังเกตุที่ใบของผักเหลียงจะสีเขียวเข้ม จากนั้น ตักกิน ตักขายได้เลย

สูตรขายข้าวแกง ได้ทำเมนูนี้ขายมาหลายครั้งแล้ว ปรากฎว่า ขายดีมาก เพราะเป็นของแปลง ก่อนกิน ลูกค้าจะถามว่าผัดอะไร ก็บอกว่าเป็นผักเหลียงใส่ไข่พื้นบ้างทางปักษ์ใต้ ลูกค้าบอก ขอลองหน่อย ปรากฎว่ากินหมดจาน

ที่มาข้อมูล: kapook.com, wikipedia.org

สุดท้ายขอให้ค้าขายร่ำรวย ด้วยสูตรเด็ดสูตรข้าวราดแกง
Share:

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

กินเพื่อสุขภาพ มะเขือเปราะลดน้ำตาลในเลือด

Admin สูตรข้าวแกงไม่ได้อัพเดทข้อมูลมาช่วงหนึ่งแล้ว วันนี้พอมีเวลาว่าง ก็เลยหาข้อมูลเกี่ยวกับ มะเขือเปราะมาให้ได้อ่านกัน Admin เป็นคนนึงที่ชอบกินมะเขือเปราะมาก ชอบกินดิบ จิ้มกับน้ำพริก มันจะทำให้ได้รสชาติของมะเขือเปราะที่ออกจะหวานนิด มันหน่อย ชอบแบบอ่อน เมล็ดไม่แก่ คือ กลัวเป็นใส้ติ่ง (หรือเปล่าก็ไม่รู้) มาดูข้อมูลของเจ้ามะเขือเปราะกันได้เลย


อาหารที่มีมะเขือเปราะ
มะเขือเปราะ (Yellow berried nightshade หรือ Kantakari ในประเทศอินเดีย)
ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Solanum xanthocarpum Schrad. & Wendl.
วงศ์ Solanaceae
มะเขือเปราะเป็นพืชผักที่กินผล มีชื่อเรียกอื่นๆ ดังนี้ มะเขือขื่น มะเขือเสวย (ภาคกลาง) มะเขือขันคำ มะเขือคางกบ มะเขือดำ มะเขือแจ้ มะเขือจาน มะเขือแจ้ดิน (เหนือ) เขือพา เขือหิน (ใต้) มั่งคอเก (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) มะเขือหืน (ภาคอีสาน)
ต้นมะเขือเปราะมีลักษณะเป็นไม้พุ่มสูง 2-4 ฟุต มีอายุอยู่ได้หลายฤดูกาล มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอินเดีย








ข้อมูลทางการแพทย์

การแพทย์อายุรเวทของอินเดียใช้รากมะเขือเปราะ รักษาอาการไอ หอบหืด อาการหลอดลมอักเสบ ขับปัสสาวะ และขับลม

ผลใช้ขับพยาธิ ลดไข้ ลดอักเสบ ช่วยการขับถ่าย ช่วยย่อยอาหาร และกระตุ้นทางเพศ
ประชากรในแคว้นโอริสสา ของประเทศอินเดียใช้น้ำต้มผลมะเขือเปราะรักษาโรคเบาหวาน
งานวิจัยนานาชาติระหว่างปี พ.ศ.2510-2538 พบว่าผลมะเขือเปราะมีฤทธิ์ลดการบีบตัวกล้ามเนื้อเรียบ ต้านมะเร็ง บำรุงหัวใจ และลดความดันเลือด

ผลของการต้านมะเร็ง
ผลมะเขือเปราะมีไกลโคอัลคาลอยด์โซลามาร์จีน โซลาโซนีน และอัลคาลอยด์โซลาโซดีนที่ปราศจากโมเลกุลน้ำตาล การทดสอบฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งของสารเหล่านี้พบว่า ทุกตัวมีฤทธิ์ต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งตับและลำไส้ใหญ่

พบว่าฤทธิ์ของไกลโคอัลคาลอยด์สูงกว่าโมเลกุลไร้น้ำตาล ราก ต้นและผลแก่มีสารอัลคาลอยด์เหล่านี้ต่ำ แต่ผลเขียว (เหมือนที่คนไทยกิน) มีสารที่มีประโยชน์เหล่านี้ในปริมาณสูงกว่าส่วนอื่นของพืชดังกล่าว

สารโซลาโซดีนใช้เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สเตียรอยด์คอร์ติโซนและฮอร์โมนเพศได้
ผลตากแห้งบดเป็นผงผสมน้ำผึ้งใช้ปรุงยาแก้ไอ

ผลของการใช้ลดน้ำตาลในเลือด

งานวิจัยที่แคว้นโอริสสา ประเทศอินเดีย ใช้สารสกัดน้ำของผลมะเขือเปราะลดปริมาณน้ำตาลในเลือดของหนูเบาหวานอะล็อกซาน พบว่าได้ผลลดน้ำตาลในเลือดดีเท่ากับการใช้ยากลิเบนคลาไมด์ (glibenclamide)

การทดสอบเพิ่มเติมพบว่า สารสกัดดังกล่าวออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน โดยช่วยเสริมการใช้งานกลูโคสอย่างมีประสิทธิภาพ และมีผลเชิงบวกต่อการทำงานของตับอ่อน สารสกัดน้ำของผลมะเขือเปราะไม่มีพิษต่อสัตว์ทดลองแต่อย่างใด

เมื่อใครได้รับทราบและรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของเจ้ามะเขือเปราะแล้ว ก็หามากินกันได้นะครับ เวลามีแกงที่มีมะเขือเปราะเป็นส่วนประกอบ ก็มักจะเขี่ยทิ้งกัน ไม่กินกัน แต่คุณหารู้ไม่ว่ามันมีประโยชน์มาก

ข้อมูลอ้างอิง: www.doctor.or.th
Share:

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

กินมะเขือพวงช่วยลดไขมันในเส้นเลือด เพ็กทิน(Pectin)

กินมะเขือพวงช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
กินมะเขือพวงช่วยลดไขมันในเส้นเลือด แต่ก่อนอื่นมาดูการทำข้าวแกงก่อน มะเขือพวง เป็นผักแนมชนิดนึงที่เรามักกินกับน้ำพริก แกงพะแนง หรือจะใส่ลงในน้ำพริกกะปิก็อร่อย มะเขือพวงจะมีราคาสูงมากช่วงหน้าหนาว (อ่านราคาผักแพง) นอกเหนือจากที่ทำอาหารอร่อยแล้ว มะเขือพวงยังมีสรรพคุณทางยาอีกมากมาย ที่ดีต่อสุขภาพ



Advertisment



มะเขือพวง
มะเขือพวง

ข้อมูลจำเพาะ
มีชื่อวิทยาศาสตร์:  Solanum torvum
                     วงศ์:  มะเขือ/พริก Solanaceae
ชื่อเรียกอื่นๆ:  ทางภาคเหนือจะเรียกว่า “มะแคว้งกุลา” ส่วนภาคอีสานจะเรียกว่า “หมากแข้ง” (จังหวัดนครราชสีมาเรียกว่า “มะเขือละคร”) แต่ถ้าเป็นภาคใต้จะเรียกว่า “เขือน้อย”, “เขือพวง”, “เขือเทศ” “ลูกแว้ง” (ถ้าเป็นจังหวัดสงขลาจะเรียกว่า “มะแว้งช้าง”) จัดเป็นพืชในตระกูล มะเขือ

สรรพคุณทางยา
 ช่วยเจริญอาหาร,  ช่วยระบบขับถ่าย,  บำรุงธาตุ,  ขับเสมหะ, แก้ไอ,  ช่วยให้โลหิตหมุนเวียนได้ดี  แก้ปวด,  ฟกซ้ำ,  ปวดกระเพาะ,  แก้อาการฝีบวมหนอง,  อาการบวม,  อักเสบ,  ขับปัสสาวะ,  ทั้งนี้,  จากการศึกษาวิจัย  ทำให้พบว่า

     1.  มะเขือพวงมีสารจำพวก  "ไฟโตนิวเทียนท์"  ที่จะช่วยร่างกาย ในสภาวะขาดสารอาหาร  ให้สามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติ

     2. สารโซลาโซดีน (Solasodine) ในมะเขือพวงช่วยต่อต้านโรคมะเร็ง

     2.  มีกลุ่มสาร "ทอร์โวไซด์"  ซึ่งช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้ และกระตุ้นให้ตับนำโคเลสเตอรอลในเลือดไปใช้ได้มากขึ้น  รวมทั้งยับยั้งการดูดซึมกลับของโคเลสเตอรอลในลำไส้ด้วย  จึงอาจช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้อีกทางหนึ่ง

     3.  ในมะเขือพวงมีสาร  "ซาโปนิน"  ทำให้มะเขือพวงมีฤทธิ์ขับเสมหะ

     4.  สาร "เพ็กทิน" (Pectin) มะเขือพวงเป็นพืชที่มีเส้นใยมากที่สุด  โดยมีเส้นใยมากกว่ามะเขือยาว 3  เท่า  และมากกว่ามะเขือเปราะถึง  65  เท่า  และเส้นใยในมะเขือพวง  มีชื่อเรียกว่า  "เพ็กทิน"  ซึ่งเป็นสารที่ละลายน้ำได้

ข้อมูลการกินมะเขือพวง
เมื่อกินมะเขือพวงสุก 100 กรัม จะได้คุณค่าของสารอาหารดังนี้

-พลังงาน                                                  25                    กิโลแคลอรี
-คาร์โบไฮเดรต                                        5.7                          กรัม
-น้ำตาล                                                   2.35                          กรัม
-เส้นใยอาหาร                                           3.4                          กรัม
-ไขมัน                                                     0.19                          กรัม
-โปรตีน                                                   1.01                          กรัม
-ไทอะมีน (วิตามีน B1)                      0.039                        มิลลิกรัม
-ไรโบฟลาวิน (วิตามินบ B2)                0.037                       มิลลิกรัม
-ไนอะซิน (วิตามิน B3)                      0.649                       มิลลิกรัม
-กรดแพนโทเทนิก (วิตามิน B5)       0.281                       มิลลิกรัม
-วิตามิน B6                                          0.084                       มิลลิกรัม
-โฟเลต (วิตามิน B9)                                 22                     ไมโครกรัม
-วิตามิน C                                                    2.2                       มิลลิกรัม  
-แคลเซียม                                                     9                       มิลลิกรัม  
-เหล็ก                                                      0.24                       มิลลิกรัม  
-แมกนีเซียม                                               14                       มิลลิกรัม  
-ฟอสฟอรัส                                                25                       มิลลิกรัม  
-โพแทสเซียม                                          230                      มิลลิกรัม  
-สังกะสี                                                     0.16                      มิลลิกรัม  
-แมงกานีส                                               0.25                     มิลลิกรัม




กินมะเขือพวงช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
   
สาร  "เพ็กทิน" นี้ จะทำการเปลี่ยนเป็นวุ้นเพื่อไปเคลือบที่ผิวของผนังลำไส้  ส่งผลทำให้ลำไส้ดูดซึมแป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วได้ช้าลง  จึงเป็นการช่วยไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็วเกินไป  ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้

อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  เปิดเผยว่า

     สารเพ็กทินในมะเขือพวง  ช่วยในการดูดซับไขมันส่วนเกินออกจากอาหารได้  ซึ่งนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่บรรพบุรุษของไทย  มักจะทำแกงกะทิใส่มะเขือพวง  ซึ่งน่าจะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง  และโรคหลอดเลือดหัวใจได้

     อย่างไรก็ตาม  แม้มะเขือพวงจะเป็นพืชผักที่มีประโยชน์มาก  แต่คณะผู้วิจัยก็ยังบอกว่า  ไม่ควรกินมากเกินไป  เพราะมีสาร  "อัลคาลอยด์"  ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท   และมีผลต่ออวัยวะอื่น ๆ  (เข้าทำนองว่า  อะไร ๆ  ที่เกินประมาณ  ก็เกิดอันตรายได้ทั้งนั้น)

รวมข้อมูลทางด้านสุขภาพ
แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย (http://en.wikipedia.org/), เว็บไซต์หมอชาวบ้าน( http://www.doctor.or.th/)
Share:

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558

แนะนำลดต้นทุนเมื่อราคามะเขือพวงแพงมากในหน้าหนาว

แนะนำลดต้นทุนเมื่อราคามะเขือพวงแพงมากในหน้าหนาว

เมื่อหน้าหนาวก้าวเข้ามา และเมื่ออากาศแห้ง ฝนไม่ตก น้ำไม่พอสำหรับการเกษตร ผักที่ออกผลด้วยดอกก็จะมีราคาแพง โดยเฉพาะมะเขือพวง

มะเขือพวง ช่วงหน้าหนาวจะมีราคาที่แพงมาก จากที่เคยซื้อ กก. ละ 40 บาท ก็กระโดดไป กก. ละ 80 บาท และราคาสูงสุด ณ วันที่ 15 มกราคม 2558 ที่ตลาดไท อยู่ที่ กก. ละ 120 บาท

ส่วนสาเหตุที่แพง อ่านต่อ หน้าหนาวทำไมผักแพง



มะเขือพวง
แกงพะแนงหมูใส่มะเขือพวง





Advertisment



แกงพะแนงมันหลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับมะเขือพวง ไม่ว่าจะเป็น พะแนงเนื้อ หรือ พะแนงหมู ก็เพราะความหอมของกลิ่นที่ได้จากมะเขือพวงมันต่างจากผักชนิดอื่น

ข้อแนะนำการใช้มะเขือพวงเมื่อราคาแพง
- จากที่เคยใส่มะเขือพวงมาก ก็ให้ลดปริมาณ แต่ไม่ลดความอร่อย
- คนทานส่วนมากจะไม่ค่อยกินมะเขือพวง หรือกินไม่หมด
- ให้สังเกตุลูกค้าที่มากินข้าวราดแกง ว่าคนใหนกินมะเขือพวงมาก หรือน้อย ก็ให้ตักในปริมาณที่พอเหมาะ
- การเดินตลาด ก็ให้ซื้อแบบที่ยังไม่เด็ดเป็นลูก ราคาก็จะถูกลง  10 บาท ถ้าซื้อแบบพร้อมแกงเลย ราคาจะแพง ก็เพราะร้านขายผักเค้าจะคิดค่าจ้างแรงงานเด็ด





การลดต้นทุนเมื่อราคามะเขือพวงแพง เป็นการช่วยร้านขายข้าวราดแกง และลูกค้าที่มากินอาหารก็จะได้กินอาหารที่อร่อยเหมือนเดิม

ข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับมะเขือพวง อ่านต่อ

Share:

วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

หน้าหนาวทำไมราคาผักแพง

หน้าหนาวทำไมราคาผักแพง เป็นคำถามที่มีหลายคำตอบ บางคนก็ไม่ทราบที่มาว่าราคาผักมาได้อย่างไร บางคนที่ไปจ่ายตลาดนำมาทำ ข้าวราดแกง เมื่อเห็นราคาผักแล้วก็จับไม่ลง เช่น ราคา ของ มะเขือพวง ปกติจะอยู่ที่ กก. ละ 40 บาท แต่พอตอนหน้าหนาวจะอยู่ที่ประมาณ กก. ละ 70 บาท (ยังไม่เด็ด แต่ถ้าเด็ดแล้วจะกระโดดไปที่ 80 บาท) เป็นต้น


มะระ
มะระ

ถั่วฝักยาว
ถั่วฝักยาว

พริกสดแดง
พริกแดงสด


ได้ถามแม่ค้าตลาดผัก ก็ได้คำตอบว่า ผักที่มีราคาแพงตอนหน้าหนาว คือผักจำพวกที่ ออกผลด้วยดอก คือ จะออกผลก็ต่อเมื่อมีการผสมเกษร (อ๊ะ.....เป็นความรู้ใหม่)

แล้วทำไมต้องเป็นหน้าหนาว ในก็เมื่อ มันก็มีขายทุกฤดู มันก็ถูก เช่น พริก แตงกวา มะเขือพวง ถั่วฝักยาว บวบ เป็นต้น

ก็ได้คำตอบว่า หน้าหนาวเนี๊ยเริ่มเข้าสู่หน้าแล้ว น้ำน้อย และปัจจัยในการเจริญเติบโตของพืชดอก ก็คือ แสง ก็เพราะ ถ้าแสงน้อยพืชก็ไม่มีแสงในการสร้างอาหาร เนื่องจากมีเมฆปกคลุมมาก ถ้าใครเคยไปเที่ยวเชียงใหม่ ก็จะเห็นว่ามีผักกางมุ่ง  และมีแสงไฟจากนีออน เห็นป่าวครับ

อีกเหตุผลคือ เกษตรกรจะปลูกน้อย ต้องใช้ต้นทุนในการผันน้ำมาอีก โอยมาก ผลผลิตก็ออกมาน้อย ความต้องการมีมาก จึงทำให้ราคาสูง

คนที่ได้รับประโยชน์ในผักหน้าแล้ง หน้าหนาว ก็คือพ่อค้าคนกลาง คือรอรับอย่างเดียว ผักแพงก็โก่งราคาขึ้นหลายเปอร์เซนต์

Share:

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2557

พืชสมุนไพร ใบยี่หร่า ประโยชน์ การทำอาหาร และสุขภาพ

ยี่หร่า
ชื่อวิทยาศาสตร์:   Ocimum gratissimum Linn.
ชื่ออื่น:                  จันทร์หอม เนียมต้น เนียม กะเพราญวน โหระพาช้าง
ชื่อภาษาอังกฤษ: Shrubby Basil
วงศ์:                     LAMIACEAE

ยี่หร่าแบบกินใบที่เรานิยมใช้ผัด ซึ่งในบทความนี้เราจะพูดถึงยี่หร่าชนิดนี้ (แบบกินใบ)
ใบยี่หร่า
ใบยี่หร่า


สรรพคุณของยี่หร่า
- สมุนไพรยี่หร่า สามารถช่วยยับยั้งหรือช่วยชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็งได้ (ใบ)
- สรรพคุณยี่หร่าช่วยในการบำรุงธาตุในร่างกาย (ใบ)
- ใบยี่หร่าอุดมไปด้วยวิตามินซี และธาตุแคลเซียม ซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยขับเหงื่อ ซึ่งเป็นของเสียออกจากร่างกาย (ใบ)
- ใบยี่หร่า สรรพคุณช่วยแก้อาการคลื่นไส้ ด้วยการใช้ใบนำมาชงเป็นชาดื่มจนกว่าจะหาย (ใบ)
- ยี่หร่า สรรพคุณช่วยแก้โรคเบื่ออาหาร (ใบ)



Advertisment



- ช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร (ต้น,รากแห้ง)
- ช่วยแก้อาการปวดท้องเนื่องจากอาหารไม่ย่อย (ใบ)
- ต้นยี่หร่า สรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาการปวดท้อง (ใบ,ต้น,รากแห้ง)
- ประโยชน์สมุนไพรยี่หร่า ช่วยในการขับลมในลำไส้ (ใบ,ต้น,รากแห้ง)
- น้ำมันหอมระเหยจากยี่หร่า มีฤทธิ์ช่วยระงับอาการหดเกร็งของไส้ (น้ำมันหอมระเหย)
- ช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ด้วยการใช้ผลแห้งประมาณ 3-5 กรัมนำมาชงกับน้ำเดือดประมาณ 1 ลิตรทิ้งไว้สักระยะแล้วจึงนำมาดื่มวันละ 3-4 ถ้วยตวง (ผล)
- ยี่หร่ายังมีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกคลายตัว ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดประจำเดือนในสตรีได้ (ใบ)

ประโยชน์ของยี่หร่า
ประโยชน์ของใบยี่หร่า ใบใช้เป็นเครื่องปรุงหรือเป็นส่วนประกอบในอาหารบางชนิด เช่น แกงผัดเผ็ด ซุป ต้มยำ แกงคั่วปลาดุก เป็นต้น และยังช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย อาหารไทยบางชนิดนิยมใช้ยี่หร่าในการช่วยปรุงแต่งกลิ่นอาหาร ด้วยการคั่วเมล็ดมาโขลกผสมกับเครื่องแกง ทำเป็น แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน แกงกะหรี่ เป็นต้น เมล็ดช่วยในการถนอมอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ด้วยการนำมาป่นหรือตำผสมในเนื้อสัตว์เวลาหมัก เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยนั้นมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ จึงช่วยป้องกันอาหารไม่ให้เกิดการบูดเน่าเสียเร็วขึ้น และยังช่วยป้องกันกลิ่นเหม็นอับของเนื้อสัตว์เวลาหมักก่อนนำไปตากแห้งอีกด้วย น้ำมันยี่หร่า (Caraway Oil) นอกจากจะใช้แต่งกลิ่นอาหาร ยังนำมาใช้แต่งกลิ่นสบู่ได้อีกด้วย





แหล่งอ้างอิง : www.learners.in.th, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (เต็ม สมิตินันทน์), สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, หนังสือคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย (กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข), หนังสือผักพื้นบ้านภาคกลาง (สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข), พจนานุกรมสมุนไพรไทย (วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม)
Share:

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก

Recent Posts

Recent Posts Widget

ผู้สนับสนุน