อาหารทำเอง, อาหารง่ายๆ, สูตรข้าวแกง, สูตรอาหาร อร่อยๆ, อาหารไทย, วิธีทำอาหาร อาหารไทยง่ายๆ





วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2558

อันตรายของไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ป้องกัน ด้วยอาหารที่มีกากใยสูง

อันตรายของไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) และการป้องกัน
ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) จากการศึกษามันน่ากลัวมาก เป็นไขมันที่ไม่ดีอยู่ในเส้นเลือดของเรา และ เรียกได้ว่า "ภัยมืด" ก็ว่าได้ มันมาได้ 2 ทาง คือ อาหาร และร่างกายสร้างขึ้นเอง สิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่เกิดขึ้นกับร่างกายของคน และคิดว่าเป็นส่วนสำคัญ คือ สมอง และ หัวใจ (หัวใจขาดเลือด และสมองตีบ) แต่ใช่ว่าจะเกิดอย่างฉับพลัน ซึ่งต้องใช้เวลาในการเกิดเหมือนกัน เราสามารถป้องกันได้ และอาหารนี่และเป็นตัวการสำคัญ การป้องกัน เราสามารถปรับพฤติกรรมการกินของเราได้ ซึ่งจะช่วยให้ห่างไกลพร้อมกับการออกกำลังกายควบคู่กันไป

ผลไม้ที่ควรกิน เพื่อลด กรดไขมันไตรกลีเซอไรด์
ผลไม้ที่ควรกิน เพื่อลด กรดไขมันไตรกลีเซอไรด์


ไขมันไตรกลีเซอไรด์(Triglyceride) มาได้อย่างไร
   ไตรกลีเซอไรด์ มาได้ 2 ทาง
   1 มาจากอาหาร จำพวกเนื้อ: กรดไขมันพวกนี้จะสะสมอยู่ใต้ผิวหนังของสัตว์ เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายของสัตว์ เมื่อเรากินเนื้อเข้าไปก็จะเข้าไปสะสมในร่างกาย

   2 มาจากร่างกายสร้างเอง: มันสร้างได้อย่างไร?
      อาหารจำพวกแป้งหรือคาโบโฮเดรต: เช่น แป้ง, น้ำตาล, แอลกอฮอล์ ซึ่งถ้าร่างกายนำไปใช้ไม่หมด จะส่งผลให้ตับ (จำไว้ว่า "ตับ") เปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์แทน
ไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride)
Credit: http://th.wikipedia.org/


มักจะเกิดกับคนวัยใด???
      จะเกิดกับคนที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ถ้านึกมองย้อนกลับไปเมื่อวัยเด็ก กินเท่าไรก็ไม่อ้วน ไม่ต้องออกกำลังกายแค่เดินก็ผอมแล้ว แต่เมื่ออายุขึ้นเลข 3 แล้วจะเรื่มมีหน้าท้อง ***ที่มาจาก นายแพทย์สันต์ ใจยอดศิลป์. ไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride). Health.Co.Th Journal 2010:2:7-7.


ไตรกลีเซอไรด์เท่าไร ที่เรียกว่าสูง
      โครงการศึกษาโคเลสเตอรอลแห่งชาติอเมริกัน (NCEP) กำหนดมาตรฐานระดับของไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดดังนี้มัน
< 150 mg/dl      ถือว่าพอดี (optimal)
150-199            ถือว่าสูงคาบเส้น (borderline high)
200-499            ถือว่าสูง (high)
> 500                ถือว่าสูงมาก (very high)

อันตรายของไขมันไตรกลีเซอไรด์(Triglyceride)
       ถือได้ว่าเป็นภัยเงียบ ถ้าเกิดกับ หัวใจ และ สมอง ขอยกตัวอย่างที่เกิดกับสมอง
เคยเจอเหตุการณ์จริง มีน้องที่รู้ จักกัน อยู่ๆ ก็ช็อคหมดสติทั้งๆ ที่ร้องเพลงอยู่ และก็ได้นำส่งโรงพยาบาล ซึงหลังจากหมอได้ทำการ X-ray พบว่า เกิดเส้นเลือดหลักตีบที่สมองซีกซ้าย  คือถ้าเกิดเส้นเลือดฝอย ให้กินยาสลายลิ่มเลือดก็น่าจะดีขึ้น แต่มันเป็นเส้นเลือดหลักที่แกนสมอง หมอให้ยาแล้วก็อาการไม่ค่อยดี
       จุดสำคัญ คือ เมื่อเส้นเลือดหลักตีบ มันจะส่งผลให้เลือดส่งไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้สมองขาดเลือด และร้ายแรงเข้าไปอีก คือ เกิดอาการสมองบวมไปทับเส้นประสาท ร่างกายเคลื่อนใหวไม่ได้ คนไข้ร่างกายขยับไม่ได้เลย ทั้งที่มีความรู้สึกนึกคิด มันทรมารมาก สุดท้าย หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลับ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
       สาเหตุที่พอจะสรุปได้ กับเหตุการณ์นี้ เส้นเลือดตีบ เกิดจาก กินอาหารที่มีไขมัน พักผ่อนน้อย เครียด

การป้องกันไขมันในเส้นเลือดสูง
       เมื่อเรารู้ว่า ไตรกลีเซอไรด์ มาได้อย่างไร เราก็สามารถป้องกันได้
1) ถ้าใครที่ชอบกินอาหารที่มีไขมัน เช่น เนื้อ หมู ไก่ ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ก็ให้เลิกกิน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วจะให้เลิกซะทีเดียว ก็ใช่ว่าจะทำง่าย
     วิธีการ :   ให้ลดปริมาณของอาหาร ให้กินผลไม้ที่ไม่หวานแทน และออกกำลังกาย
2) ลดอาหารประเภทแป้ง เช่น น้ำตาล แป้ง  อาหารจำพวกนี้ถ้ากินมาก ส่งผลให้ร่างกายนำไปเผาผลาญไม่หมด จะทำให้ตับช่วยเปลี่ยนเป็นไขมันไตรกลีเซอไรด์แทน
     วิธีการ :   หลีกเลี่ยง ของหวาน กินให้น้อย กินข้าวมื้อเย็นน้อยๆ กินผลไม้ที่ไม่หวาน หรือหวานน้อยแทน และออกกำลังกาย
3) ลดแอลกอฮอล์   เครื่ิองดื่มประเภทนี้ ตับทำหน้าที่เปลี่ยนเป็นไขมันเหมือนกัน
     วิธีการ :   หยุดกิน ถ้าหยุดไม่ได้ ก็กินน้อย พอเป็นพิธีเข้างานสังคม และ ออกกำลังกาย
4) กินอาหารที่มีกากใยสูง จากการศึกษา อาหารที่มีกากใยสามารถ ดักจับไขมันได้ เช่น กินมะเขือพวง กินอาหารจำพวกข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง กินผลไม้ที่มีกากใย
     วิธีการ :   ไปตลาดหาซื้อผักที่มีกากใยสูง เช่น มะเขือพวง, มะรุม, ข้าวกล้อง, ข้าวโอ๊ต, ข้าวบาเลย์   และผลไม้ก็เป็น Apple, สตรอว์เบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, มัลเบอร์รี่ และเชอร์รี่ น่าอร่อยทั้งนั้น ตามรูป

ข้าวบาเลย์
ข้าวบาเลย์

ข้าวโพด
ข้าวโพด

Apple
Apple

สาลี่
สาลี่

Strawberry
Strawberry

Blue-berry
Blue-berry

Mul-Berry
Mul-Berry

Sherry
Sherry


สุดท้าย ขอสรุปว่า ไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) สามารถป้องกันได้ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การกิน ก็อย่ากินเฉพาะอาหารที่มีไขมัน ถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยง หรืดลดปริมาณการกิน พร้อมกับการออกกำลังกายควบคู่กันไป

บทความนี้ได้จัดทำเพื่อให้ทุกคนตระหนักและได้รับรู้ถึงการดูแลสุขภาพ ร่างกาย อาหารการกิน และการออกกำลังกาย

ข้อมูลจาก: http://th.wikipedia.org/ , Internet and Image from Internet.
 
Share:

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

กินมะเขือพวงช่วยลดไขมันในเส้นเลือด เพ็กทิน(Pectin)

กินมะเขือพวงช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
กินมะเขือพวงช่วยลดไขมันในเส้นเลือด แต่ก่อนอื่นมาดูการทำข้าวแกงก่อน มะเขือพวง เป็นผักแนมชนิดนึงที่เรามักกินกับน้ำพริก แกงพะแนง หรือจะใส่ลงในน้ำพริกกะปิก็อร่อย มะเขือพวงจะมีราคาสูงมากช่วงหน้าหนาว (อ่านราคาผักแพง) นอกเหนือจากที่ทำอาหารอร่อยแล้ว มะเขือพวงยังมีสรรพคุณทางยาอีกมากมาย ที่ดีต่อสุขภาพ



Advertisment



มะเขือพวง
มะเขือพวง

ข้อมูลจำเพาะ
มีชื่อวิทยาศาสตร์:  Solanum torvum
                     วงศ์:  มะเขือ/พริก Solanaceae
ชื่อเรียกอื่นๆ:  ทางภาคเหนือจะเรียกว่า “มะแคว้งกุลา” ส่วนภาคอีสานจะเรียกว่า “หมากแข้ง” (จังหวัดนครราชสีมาเรียกว่า “มะเขือละคร”) แต่ถ้าเป็นภาคใต้จะเรียกว่า “เขือน้อย”, “เขือพวง”, “เขือเทศ” “ลูกแว้ง” (ถ้าเป็นจังหวัดสงขลาจะเรียกว่า “มะแว้งช้าง”) จัดเป็นพืชในตระกูล มะเขือ

สรรพคุณทางยา
 ช่วยเจริญอาหาร,  ช่วยระบบขับถ่าย,  บำรุงธาตุ,  ขับเสมหะ, แก้ไอ,  ช่วยให้โลหิตหมุนเวียนได้ดี  แก้ปวด,  ฟกซ้ำ,  ปวดกระเพาะ,  แก้อาการฝีบวมหนอง,  อาการบวม,  อักเสบ,  ขับปัสสาวะ,  ทั้งนี้,  จากการศึกษาวิจัย  ทำให้พบว่า

     1.  มะเขือพวงมีสารจำพวก  "ไฟโตนิวเทียนท์"  ที่จะช่วยร่างกาย ในสภาวะขาดสารอาหาร  ให้สามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติ

     2. สารโซลาโซดีน (Solasodine) ในมะเขือพวงช่วยต่อต้านโรคมะเร็ง

     2.  มีกลุ่มสาร "ทอร์โวไซด์"  ซึ่งช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้ และกระตุ้นให้ตับนำโคเลสเตอรอลในเลือดไปใช้ได้มากขึ้น  รวมทั้งยับยั้งการดูดซึมกลับของโคเลสเตอรอลในลำไส้ด้วย  จึงอาจช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้อีกทางหนึ่ง

     3.  ในมะเขือพวงมีสาร  "ซาโปนิน"  ทำให้มะเขือพวงมีฤทธิ์ขับเสมหะ

     4.  สาร "เพ็กทิน" (Pectin) มะเขือพวงเป็นพืชที่มีเส้นใยมากที่สุด  โดยมีเส้นใยมากกว่ามะเขือยาว 3  เท่า  และมากกว่ามะเขือเปราะถึง  65  เท่า  และเส้นใยในมะเขือพวง  มีชื่อเรียกว่า  "เพ็กทิน"  ซึ่งเป็นสารที่ละลายน้ำได้

ข้อมูลการกินมะเขือพวง
เมื่อกินมะเขือพวงสุก 100 กรัม จะได้คุณค่าของสารอาหารดังนี้

-พลังงาน                                                  25                    กิโลแคลอรี
-คาร์โบไฮเดรต                                        5.7                          กรัม
-น้ำตาล                                                   2.35                          กรัม
-เส้นใยอาหาร                                           3.4                          กรัม
-ไขมัน                                                     0.19                          กรัม
-โปรตีน                                                   1.01                          กรัม
-ไทอะมีน (วิตามีน B1)                      0.039                        มิลลิกรัม
-ไรโบฟลาวิน (วิตามินบ B2)                0.037                       มิลลิกรัม
-ไนอะซิน (วิตามิน B3)                      0.649                       มิลลิกรัม
-กรดแพนโทเทนิก (วิตามิน B5)       0.281                       มิลลิกรัม
-วิตามิน B6                                          0.084                       มิลลิกรัม
-โฟเลต (วิตามิน B9)                                 22                     ไมโครกรัม
-วิตามิน C                                                    2.2                       มิลลิกรัม  
-แคลเซียม                                                     9                       มิลลิกรัม  
-เหล็ก                                                      0.24                       มิลลิกรัม  
-แมกนีเซียม                                               14                       มิลลิกรัม  
-ฟอสฟอรัส                                                25                       มิลลิกรัม  
-โพแทสเซียม                                          230                      มิลลิกรัม  
-สังกะสี                                                     0.16                      มิลลิกรัม  
-แมงกานีส                                               0.25                     มิลลิกรัม




กินมะเขือพวงช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
   
สาร  "เพ็กทิน" นี้ จะทำการเปลี่ยนเป็นวุ้นเพื่อไปเคลือบที่ผิวของผนังลำไส้  ส่งผลทำให้ลำไส้ดูดซึมแป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วได้ช้าลง  จึงเป็นการช่วยไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็วเกินไป  ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้

อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  เปิดเผยว่า

     สารเพ็กทินในมะเขือพวง  ช่วยในการดูดซับไขมันส่วนเกินออกจากอาหารได้  ซึ่งนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่บรรพบุรุษของไทย  มักจะทำแกงกะทิใส่มะเขือพวง  ซึ่งน่าจะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง  และโรคหลอดเลือดหัวใจได้

     อย่างไรก็ตาม  แม้มะเขือพวงจะเป็นพืชผักที่มีประโยชน์มาก  แต่คณะผู้วิจัยก็ยังบอกว่า  ไม่ควรกินมากเกินไป  เพราะมีสาร  "อัลคาลอยด์"  ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท   และมีผลต่ออวัยวะอื่น ๆ  (เข้าทำนองว่า  อะไร ๆ  ที่เกินประมาณ  ก็เกิดอันตรายได้ทั้งนั้น)

รวมข้อมูลทางด้านสุขภาพ
แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย (http://en.wikipedia.org/), เว็บไซต์หมอชาวบ้าน( http://www.doctor.or.th/)
Share:

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558

แนะนำลดต้นทุนเมื่อราคามะเขือพวงแพงมากในหน้าหนาว

แนะนำลดต้นทุนเมื่อราคามะเขือพวงแพงมากในหน้าหนาว

เมื่อหน้าหนาวก้าวเข้ามา และเมื่ออากาศแห้ง ฝนไม่ตก น้ำไม่พอสำหรับการเกษตร ผักที่ออกผลด้วยดอกก็จะมีราคาแพง โดยเฉพาะมะเขือพวง

มะเขือพวง ช่วงหน้าหนาวจะมีราคาที่แพงมาก จากที่เคยซื้อ กก. ละ 40 บาท ก็กระโดดไป กก. ละ 80 บาท และราคาสูงสุด ณ วันที่ 15 มกราคม 2558 ที่ตลาดไท อยู่ที่ กก. ละ 120 บาท

ส่วนสาเหตุที่แพง อ่านต่อ หน้าหนาวทำไมผักแพง



มะเขือพวง
แกงพะแนงหมูใส่มะเขือพวง





Advertisment



แกงพะแนงมันหลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับมะเขือพวง ไม่ว่าจะเป็น พะแนงเนื้อ หรือ พะแนงหมู ก็เพราะความหอมของกลิ่นที่ได้จากมะเขือพวงมันต่างจากผักชนิดอื่น

ข้อแนะนำการใช้มะเขือพวงเมื่อราคาแพง
- จากที่เคยใส่มะเขือพวงมาก ก็ให้ลดปริมาณ แต่ไม่ลดความอร่อย
- คนทานส่วนมากจะไม่ค่อยกินมะเขือพวง หรือกินไม่หมด
- ให้สังเกตุลูกค้าที่มากินข้าวราดแกง ว่าคนใหนกินมะเขือพวงมาก หรือน้อย ก็ให้ตักในปริมาณที่พอเหมาะ
- การเดินตลาด ก็ให้ซื้อแบบที่ยังไม่เด็ดเป็นลูก ราคาก็จะถูกลง  10 บาท ถ้าซื้อแบบพร้อมแกงเลย ราคาจะแพง ก็เพราะร้านขายผักเค้าจะคิดค่าจ้างแรงงานเด็ด





การลดต้นทุนเมื่อราคามะเขือพวงแพง เป็นการช่วยร้านขายข้าวราดแกง และลูกค้าที่มากินอาหารก็จะได้กินอาหารที่อร่อยเหมือนเดิม

ข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับมะเขือพวง อ่านต่อ

Share:

วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

อร่อยกับแกงเผ็ดเป็ดย่าง ใส่ใบยี่หร่า อร่อยนักแล

แกงเผ็ดเป็ดย่าง
เมนูอาหารข้าวราดแกง แกงเผ็ดเป็ดย่างนี้ทำขายที่ร้านข้าวราดแกง มันจะได้กำไรหรือ ซึ่งบางท่านก็อาจจะคิดอย่างนั้น ราคาเป็ดก็แพง แต่ร้านของ รวมสูตรข้าวราดแกงก็สามารถหามาทำขายได้ (ร้านใหนที่อยากมีเมนูแกงเผ็ดเป็ดย่างก็ลองค้นหาดูนะครับ) เป็ดย่างที่ได้มา ก็สำเร็จรูป ไม่มีกระดูก มีแต่เนื้อกับหนัง มาดูวิธีทำ และวัตถุดิบเลยละกัน

สูตรและวิธีทำ แกงเผ็ดย่าง



วัตถุดิบและเครื่องปรุง
- เป็ดย่างสำเร็จรูป           1        กก.
- พริกแกงเผ็ด                 2        ขีด
- เกลือ                             1      ช้อนแกง
- น้ำตาลทราย                2        ช้อนแกง
- พริกแดงใหญ่               5        ฝัก
- ถั่วฝักยาว                    1/2      กก.
- ใบมะกรูด                    10        ใบ
- ใบยี่หร่า                      พอประมาณ
- มะเขือเปาะ                 1/2       กก.
- มะเขือพวง                  1/2       กก.
- น้ำกะทิ                        1          กก.

วิธีทำ
เป็ดย่างพักไว้ก่อน เคี่ยวกะทิจนแตกมัน นำเครื่องแกงเผ็ดลงผัดให้หอม นำเป็ดย่างลงไปผัด ตามด้วยเครื่องปรุง เกลือ น้ำตาล ผัด และชิมให้ไดรสชาติ เผ็ด เค็มนิด หวานหน่อย เมื่อชิมได้ที่แล้ว ใส่ ถั่วฝักยาว มะเขื่อพวง มะเขือเปาะ และสุดท้ายตามด้วยพริกแดงใหญ่ ใบมะกรูด และใบยี่หร่า พร้อมขายข้าวราดแกง

Share:

หน้าหนาวทำไมราคาผักแพง

หน้าหนาวทำไมราคาผักแพง เป็นคำถามที่มีหลายคำตอบ บางคนก็ไม่ทราบที่มาว่าราคาผักมาได้อย่างไร บางคนที่ไปจ่ายตลาดนำมาทำ ข้าวราดแกง เมื่อเห็นราคาผักแล้วก็จับไม่ลง เช่น ราคา ของ มะเขือพวง ปกติจะอยู่ที่ กก. ละ 40 บาท แต่พอตอนหน้าหนาวจะอยู่ที่ประมาณ กก. ละ 70 บาท (ยังไม่เด็ด แต่ถ้าเด็ดแล้วจะกระโดดไปที่ 80 บาท) เป็นต้น


มะระ
มะระ

ถั่วฝักยาว
ถั่วฝักยาว

พริกสดแดง
พริกแดงสด


ได้ถามแม่ค้าตลาดผัก ก็ได้คำตอบว่า ผักที่มีราคาแพงตอนหน้าหนาว คือผักจำพวกที่ ออกผลด้วยดอก คือ จะออกผลก็ต่อเมื่อมีการผสมเกษร (อ๊ะ.....เป็นความรู้ใหม่)

แล้วทำไมต้องเป็นหน้าหนาว ในก็เมื่อ มันก็มีขายทุกฤดู มันก็ถูก เช่น พริก แตงกวา มะเขือพวง ถั่วฝักยาว บวบ เป็นต้น

ก็ได้คำตอบว่า หน้าหนาวเนี๊ยเริ่มเข้าสู่หน้าแล้ว น้ำน้อย และปัจจัยในการเจริญเติบโตของพืชดอก ก็คือ แสง ก็เพราะ ถ้าแสงน้อยพืชก็ไม่มีแสงในการสร้างอาหาร เนื่องจากมีเมฆปกคลุมมาก ถ้าใครเคยไปเที่ยวเชียงใหม่ ก็จะเห็นว่ามีผักกางมุ่ง  และมีแสงไฟจากนีออน เห็นป่าวครับ

อีกเหตุผลคือ เกษตรกรจะปลูกน้อย ต้องใช้ต้นทุนในการผันน้ำมาอีก โอยมาก ผลผลิตก็ออกมาน้อย ความต้องการมีมาก จึงทำให้ราคาสูง

คนที่ได้รับประโยชน์ในผักหน้าแล้ง หน้าหนาว ก็คือพ่อค้าคนกลาง คือรอรับอย่างเดียว ผักแพงก็โก่งราคาขึ้นหลายเปอร์เซนต์

Share:

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก

Recent Posts

Recent Posts Widget

ผู้สนับสนุน