สูตรข้าวแกง ข้าวราดแกง อร่อยๆ ทั้ง อาหารไทย จากที่ต่างๆ ทำอาหาร สูตรอาหารไทยง่ายๆ

This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนมไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนมไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559

แชร์สูตรขนมโบราณ ขนมไข่ปลา พร้อมวิธีทำ

แชร์สูตรขนมโบราณ ขนมไข่ปลา พร้อมวิธีทำ

อาหารไทย By Aerk ไม่เคยได้ยินชื่อ ขนมไข่ปลา ได้ค้นหาข้อมูลขนมโบราณ ไปสะดุดตาขนมไข่ปลา แค่เห็นรูป หน้าตา และสีสัน ก็น่ากินมาก สีเหลืองจากลูกตาลแก่ เป็นอะไรที่หอม ความคิดในตอนเขียน จากข้อมูลที่ได้จาก ศูนย์ข้อมูลทางวัฒนธรรม ซึ่งได้เผยแพร่ สูตรและวิธีทำขนมไข่ปลา เป็นขั้นตอนที่ง่ายๆ

ขนมไข่ปลา
หน้าตา ขนมไข่ปลา ที่มารูป: http://m-culture.in.th/




Advertisment



จริงๆ แล้วขนมไข่ปลาโบราณนี้ มีให้กินได้ที่เดียว ว่างั้น คือที่อยุธยา ที่ตลาดน้ำวัดท่าการ้อง ตำบลบ้านป้อม ถ้าจะไปก็ไป เสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 7:30 - 17:00 น. แต่ถ้าใครทนไม่ใหวที่จะชิม ก็ลองสูตรตามด้านล่างนี้ได้เลย อาจจะดัดแปลงเพิ่มเติมแล้วแต่ตามใจชอบ


แต่งหน้าขนมด้วยมะพร้าวอ่อนขูด ใส่กะลามะพร้าว ทำให้ขนมไข่ปลาน่ากินมาก เรียกความสนใจจากนักชิมได้เยอะ เหมือนกัน

วัตถุดิบที่ใช้ทำขนมไข่ปลา

1.แป้งข้างเหนียว 4 กิโลกรัม
2.น้ำตาลทรายสำหรับทำน้ำเชื่อม 2 กิโลกรัม
3.เนื้้อลูกตาล 1 กิโลกรัม
4.มะพร้าวอ่อนขูดเป็นเส้นๆ
5.เกลือป่่น
6.ใบเตย

ขั้นตอนการทำขนมไข่ปลา

1.นำแป้งข้าวเหนียวและเนื้อตาลสุกยีลงไปผสมกับแป้งในกะละมัง
2.นวดผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใส่น้ำกะทินิดหน่อย อย่าให้แห้งเกินไป ใช้เวลาในการนวด
ประมาณ 20 นาที แล้วพักไว้
3.เทน้ำใส่ในกะทะทองเหลืองประมาณครึ่งกะทะ พร้อมด้วยใบเตย แล้วนำไปตั้งไฟ จนน้ำเริ่ม
เดือดจึงเทน้ำตาลทรายใส่ลงไป
4.นำแป้งที่ผสมไว้มาปั้นเป็นรูปไข่ปลา แล้วใส่ลงไปในกะทะทองเหลือง ให้สังเกตว่าเมื่อ
ขนมไข่ปลาสุกแล้วจะลอยขึ้นมา ใช้ตะแกรงช้อนตักใส่ภาชนะ
5.นำมะพร้าวอ่อนที่ขูดเตรียมไว้คลุกกับเกลือ แล้วนำไปโรยบนขนมไข่ปลา ก็จะได้ขนม
ไข่ปลาที่หอมอร่อยและน่ารับประทาน



ขนมไข่ปลา, ขนมโบราณ
ขนมไข่ปลา, ขนมโบราณ ที่ วัดท่าการ้อง อยุธยา

ขนมไข่ปลา, ขนมโบราณ
แม่ค้า กำลังนั่งปั้น ขนมไข่ปลา สีสันน่ากินมาก

ขนมไข่ปลา, ขนมโบราณ
ขนมสุกได้ที่แล้ว ก็เตรียมตักขึ้น

ขนมไข่ปลา, ขนมโบราณ
กำลังนวดแป้ง สีเหลืองธรรมชาติจากลูกตาลสุก



Advertisment



ขอบคุณที่มาสูตร ศูนย์ข้อมูลทางวัฒนธรรม
Share:

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559

ขนมไทยๆ เหมาะกับราศีใด เลือกซื้อมากินกัน

ขนมไทยๆ เหมาะกับราศีใด เลือกซื้อมากินกัน

ใครจะไปรู้ว่า กินขนมก็สามารถเสริมราศีได้เหมือนกัน ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ ขนมที่เสริมและเหมาะกับราศี จะเป็นขนมไทย และน่าทานน่ากินทั้งนั้น ท่านสนใจกินทานขนมไทยเพื่อความเป็นศิริมงคล ก็สามารถหาซื้อได้ หรือไม่ก็ลงมือทำขนมไทย บางครั้งอาจจะเป็นอาชีพอีกหนึ่งอาชีพก็ได้ ใครจะไปรู้



Advertisment


ราศีเมษ

ซาหริ่ม
Saurce:http://www.skn.ac.th/skl/project2/cake51/sw3.htm
คนธาตุไฟ เหมาะกับขนมประเภทเย็นๆ พวกกะทิ อย่างลอดช่อง ซาหริ่ม ลอยแก้วต่างๆ ส่วนเครื่องดื่มผลไม้ตามฤดูกาล

ราศีพฤษ 

ขนมชั้น
Saurce:http://khanomthai343.weebly.com/
คนธาตุดิน รักชอบในศิลปะแบบโบราณ ขนมไทยต้องกึ่งแห้งกึ่งเปียก เช่น ขนมชั้น เปียกปูน ขนมกรวย ขนมถ้วย เครื่องดื่มอย่างน้ำมะตูม น้ำตะไคร้ เก๊กฮวย

ราศีเมถุน

ขนมทองเอกกระจัง
Source: https://www.pinterest.com/pin/253186810274307974/
คนธาตุลม เอาแน่เอานอนยาก จะกินขนมที่หายาก เช่น ขนมกระจัง ขนมหน้านวล หรือขนมตามวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ เครื่องดื่มประเภทค็อกเทล น้ำผลไม้ผสมแอลกอฮอล์นิดหน่อย

ราศีกรกฎ

ข้าวเหนียวสังขยา
Source: http://www.viteetam.com/
คนธาตุน้ำที่ใจเย็น ใจดี นุ่มนวล ขนมประเภทหวานมัน อย่างข้าวเหนียวสังขยา ขนมประเภทแกงบวด เครื่องดื่มน้ำหวานธรรมดา ชา กาแฟทั้งร้อน ทั้งเย็น

ราศีสิงห์

ทองหยอด
Source:http://www.chaiwbi.com/2556student/m5/d5401/wbi/565403/107.html
คนธาตุไฟ ค่อนข้างเอาแต่ใจ ขนมต้องการสีสันสดใส เช่น สีแดง ส้ม ทอง ประเภททองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง จ่ามงกุฎ ข้างเหนียวแดง ดื่มน้ำผลไม้ผสมแอลกอฮอล์นิดหน่อย หรือน้ำสมุนไพรชาดอกคำฝอย
จับเลี้ยง

ราศีกันย์ 

ขนมผิง
Source: https://th.wikipedia.org/wiki/ขนมผิง

คนธาตุดิน ค่อนข้างใจเย็นและมั่นคง ชอบทำขนมคู่บารมีต้องมีสีขาว หรือสีนวลงามตา อย่างขนมผิง
ขนมหน้านวล วุ้นกะทิ เครื่องดื่มประเภทเพื่อสุขภาพ รังนก โสม น้ำสมุนไพรเป็นสิริมงคล

ราศีตุลย์

ขนมฝักบัว
ขนมฝักบัว

คนธาตุลมไม่ค่อยยินดียินร้ายอะไร ต้องขนมลา ขนมฝักบัว สำปันนีอ่อน ช่อม่วง ชอบน้ำผักผลไม้คั้นสดๆ

ราศีพิจิก 

ครองแครงกรอบ
Source: http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=jazzy-bong&month=05-02-2013&group=15&gblog=62

คนธาตุน้ำ ชอบขนมประเภทน้ำ และมีกะทิเป็นส่วนประกอบ ประเภทแกงบวด ขนมครองแครง ไข่เต่า
ปลากริม บัวลอย หรือโรตีสายไหม เครื่องดื่มต้องมีรสเปรี้ยวอย่างน้ำมะนาว สับปะรด น้ำมะขามเสริม
ความเป็นตัวเอง และความมั่นใจ

ราศีธนู 

น้ำตาลสดในขวด
น้ำตาลสดในขวด
คนธาตุไฟ เหมาะกับขนมมงคลพิธีต่างๆ เครื่องดื่มประเภทของสูง เช่นน้ำมะพร้าว น้ำตาลสด ชา
กาแฟใส่นม


Advertisment



ราศีมังกร

คนธาตุดิน ไม่ต้องการรสชาติโดดเด่น และเน้นความประณีต ประดิดประดอย

ราศีกุมภ์

ขนมปังปิ้งสดๆ
เมนูอาหารเช้า ขนมปังปิ้งสดๆ 
คนธาตุลม ไม่ค่อยชอบอะไรง่ายๆ สนใจเค้ก ขนมปัง ประเภทเบเกอรี่มากกว่าขนมไทย ชอบดื่ม น้ำส้ม
น้ำเสาวรส น้ำแอปเปิล ฯลฯ

ราศีมีน

ข้าวตัง
Source: http://pantip.com/topic/32242807
คนธาตุไฟ ไม่ค่อยร้อนเท่าไร ต้องเลือกขนมฟองมุก ขนมเล็บมือนาง และประเภทข้าวเม่า ข้าวตัง
เสริมการมีมนุษยสัมพันธ์คนรอบข้าง และชอบน้ำผัก ผลไม้เพื่อสุขภาพ

เลือกทานขนมตรงตามราศี โชค บุคลิกภาพ การงาน เออ...มันก็ดีนะ จากที่ไม่เคยรู้เลย ก็อยากจะกินขนมไทยขึ้นมา ถึงยังไง ขนมไทยก็สามารถคลายร้อนได้ในหน้าร้อน

ที่มาข้อมูล http://utcc2.utcc.ac.th/, เรียบเรียง: อาหารไทย BY Aerk

Share:

วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ฟรีสูตรขนมดอกจอกจากแม่พิมพ์ ลองทำกิน ทำขายเป็นอาชีพ

สูตรขนมดอกจอกจากแม่พิมพ์ ลองทำ ทำขายเป็นอาชีพ



Advertisment


ขนมดอกจอก ขนมไทย ที่หาทานยาก แต่ใช่ว่าจะหากินไม่ได้ ถ้าอยากทานจริง ลองซื้อแม่พิมพ์มาทำกันดู หรือทำเป็นอาชีพก็ลองไปซื้อแม่พิมพ์ขนมดอกจอก จะมีแถมสูตรติดมาให้ ซึ่งอาจจะงงๆ ว่ากระดาษที่เสียบไว้นั่นคืออะไร แต่พอลองแกะดูก็ถึงบางอ้อ มันเป็นสูตรและวิธีทำขนมดอกจอก ขนมไทยโบราณที่หากินยากแล้ว คนที่ทำขนมนี้ต้องใช้ความอดทนจริงๆ คราวนี้มาดูสูตรขนมดอกจอกจากแม่พิมพ์

แม่พิมพ์ขนมดอกจอก พร้อมสูตร ฟรี
แม่พิมพ์ขนมดอกจอก พร้อมสูตร จะเห็นกระดาษเสียบอยู่ในรูป

สูตรขนมดอกจอกจาหแม่พิมพ์ดอกจอก จะมีด้วยกัน 2 สูตร คือ สูตรขนมตามน้ำหนัก และสูตรจากสูตรถ้วยตวงแม่บ้าน 

สูตรขนมดอกจอก


ส่วนผสม                                             น้ำหนัก(กรัม)         สูตรตวงแม่บ้าน
แป้งข้าวจ้าว                                              100                      1     ถ้วย
แป้งตราวาว (แป้งสาลีเอนกประสงค์)        55                       1/2   ถ้วย
แป้งมัน                                                      100                    1       ถ้วย
น้ำปูนใส                                                    180                     3/4   ถ้วย
น้ำ                                                             110                     1/2    ถ้วย
ไข่แดง                                                      17                        1   ฟอง
น้ำมันพืช                                                   10                        1   ช้อนโต๊ะ
เกลือ                                                         4.5                      1 2/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย                                             50                        5    ช้อนโต๊ะ
งาคั่วทั้งขาวและดำ                                   40                       4     ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับทอด                                1500                   7 1/2  ถ้วย


วิธีทำ
- ร่อนแป้งข้าวจ้าว แป้งตราว่าว แป้งมัน ให้เข้าด้วยกัน แล้วเทน้ำปูนใสลงไปคนพอเข้ากัน ตามด้วยไข่แดง น้ำมันพืช เกลือและน้ำตาล งาคั่วลงไปคนให้เข้ากัน
- เทน้ำมันลงในกะทะ นำไปตั้งไฟ(ใช้ไฟอ่อน) พอน้ำมันรอนเอาพิมพ์ดอกจอกจุ่มลงในกะทะจนพิมพ์ร้อนจัด ยกขึ้นจากกะทะนำมาวางลงบนกระดาษฟาง หรือกระดาษซับน้ำมัน เพื่อซับน้ำมันที่ก้นขนมออก และซับน้ำมันที่ก้นพิมพ์ออกด้วย แล้วจึงนำพิมพ์นี้ลงไปจุ่มลงในแป้งโดยให้แม่พิมพ์โผล่อยู่เหนื่อแป้งนิดนึง ประมาณ 1 มิลลิเมตร แล้วยกแม่พิมพ์ขึ้น แล้วนำลงไปจุ่มลงในกะทะทอด เห็นว่าทอดน้ำมันจนฟู ค่อยๆ สลัดและยกแม่พิมพ์ดอกจอกออก แล้วก็ทอดดอกจอกจนเหลืองสุก แล้วทำขั้นตอนนี้ใหม่กับดอกใหม่
เมื่อดอกจอกสุก ก็ให้ใช้ไม้เสียบยกขนมดอกจอก แล้ววางลงบนดอกจอก แล้วกดให้ได้รูปขนมดอกจอกได้อย่างสวยงาม เทคนิคนี้ก็แล้วแต่ว่าจะใช้ดอกจอกใหญ่หรือเล็ก

กะทะทอด ขนมดอกจอก
กะทะทอด ขนมดอกจอก ใช้กะทะอลูมิเนียม หาซื้อได้ตามร้านขายเครื่องครัวทั่วไป


หมายเหตุ

  • การทอดพิมพ์ไม่ร้อน แล้วจุ่มลงในแป้ง แป้งจะไม่ติดพิมพ์
  • เมื่อจุ่มแป้งแล้วกดลงในน้ำมันทันทีืแป้งจะหลุดออกจากพิมพ์ ขนมจะไม่ได้รูป

Advertisment

ภาพและเรื่อง Aerk
สูตรขนมไทย

Share:

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ซาลาเปาทับหลี ต้นตํารับ หาทานได้ที่ Lotus คลองหลวง ปทุมธานี แล้วล่ะ

ซาลาเปาทับหลี ต้นตํารับ หาทานได้ที่ Lotus คลองหลวง ปทุมธานี แล้วล่ะ

ซาลาเปาทับหลี ได้ทานมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็กจากที่มีร้านซาลาเปาต้นตำรับร้านเดียว จนขณะนี้ก็มีหลายร้านเรียกว่าเป็นหมู่บ้านซาลาเปาทับหลี และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อก่อนจะทานซาลาเปาอร่อยๆ ของทับหลก็ต้องเดินทางไประนอง ก็จะผ่านหมู่บ้านทับหลี อำเภอกระบุรีก่อน ถ้าไม่ได้ไประนองก็จะไม่ได้ทานซาลาเปาชื่อดัง แต่ตอนนี้คุณสามารถหาซาลาเปาทับหลีทานได้แล้วใน กทม. และที่ Lotus คลองหลวง ปทุมธานี ก็มีร้านซาลาเปาทับหลีมาให้ได้ทานกันแล้ว ถามพนักงาน บอกว่า ซาลาเปาทับหลีจะทำวันต่อวัน คือ ท่านจะได้ทานซาลาเปาทับหลีใหม่ สด แป้งหนานุ่ม ทุกวัน

ด้วยเหตุนี้ก็เลยเอาหน้าตาซาลาเปาทับหลี สาขา Lotus คลองหลวง ปทุมธานีมาให้ชมกัน  มาดูกันว่าจะอร่อยเพียงใด

หน้ากล่อง ซาลาเปาทับหลี
หน้ากล่อง ซาลาเปาทับหลี


ซาลาเปาทับหลี
ซาลาเปาทับหลี เปิดกล่องมายังร้อนๆ อยู่

ซาลาเปาทับหลี ไส่เค็ม, ไส้ครีม
ซาลาเปาทับหลี ไส่เค็ม, ไส้ครีม

ซาลาเปาทับหลี ทานพร้อมเครื่องดื่ม
ซาลาเปาทับหลี ทานพร้อมเครื่องดื่ม


Advertisment


ท่านใดอยู่ใกล้ Lotus คลองหลวง ปทุมธานี ก็สามารถไปทาน ซาลาเปาทับหลี ชื่อดัง กระบุรี ระนอง ได้ รับรองไม่ผิดหวัง รสต้นตำรับ

รูปและเรื่องโดย อาหารไทย By Aerk
Share:

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

แชร์ วิธีทำวุ้นผลไม้สด จาก +Google ทำกิน ทำขายรวยได้

แชร์ วิธีทำวุ้นผลไม้สด จาก +Google ทำกิน ทำขายรวยได้

วันนี้แชร์วิธีทำขนมไทย วุ้นผลไม้สด แปลกที่แตกต่างจากวุ้นทั่วไป ใส่สีสันของผลไม้เมืองไทยที่ใครๆชอบทาน เมื่อชอบผลไม้ใดก็ใส่เข้าไป

แชร์ วิธีทำวุ้นผลไม้สด จาก +Google ทำกิน ทำขายรวยได้
แชร์ วิธีทำวุ้นผลไม้สด จาก +Google ทำกิน ทำขายรวยได้

วิธีทำและสูตร วุ้นผลไม้สด..🍓🍇🍎🍒🍑🍐

ส่วนผสม..

1. ผงวุ้น. 2 ช้อนโต๊ะ
2. น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
3. น้ำตาลทราย. 300 กรัม
4. ผลไม้สด หั่นชิ้นเล็กๆ ตามชอบคะ

วิธีทำ...

1. ตวงผงวุ้นใส่น้ำเปล่า ทิ้งไว้ 10-15 นาที
2. จัดผลไม้ลงพิมพ์ กะตำแหน่งให้สวยงาม
3. ตั้งไฟกลาง เคี่ยววุ้นจนเดือด
4. ใส่น้ำตาลทราย คนจนน้ำตาลละลายหมด
5. ปิดไฟ คนวุ้นต่ออีกสัก 3-5 นาที
6. ค่อยๆเทวุ้นลงพิมพ์ พักสักครู่ให้วุ้นจับตัว
7. นำไปแช่เย็นสักครู่ นำออกมาแกะออกจากพิมพ์
*ถ้าชอบกลิ่นมะลิ ใส่กลิ่นช่วงที่ก่อนจะเทวุ้นลงพิมพ์ได้ตามชอบนะคะ



Advertisment


ขอบคุณที่มา : Malai Sittikornroj‎‎ ‎ ทาง facebook.

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ขนมไทย สูตรและวิธีทำขนมฝักบัว ใบบัว

ขนมไทย สูตรและวิธีทำขนมฝักบัว ใบบัว




Advertisment



ขนมฝักบัว เป็น ขนมไทย ที่ยังคงได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน มีขายตามตลาดนัด ด้วยความหอม กรอบนอกขอบใบบัว นุ่มตรงกลาง เรียกว่าหวานกรอบ มัน เวลากัดชิมแล้วหนึบติดลิ้น ตามด้วยหวาน ยิ่งถ้าทอดเสร็จใหม่แล้วได้ลองแบบขอบใบบัวแบบกรอบๆ ก็จะอร่อยมาก


สูตรและวิธีทำขนมฝักบัว หรือขนมใบบัว

บทนำ ขนมฝักบัวมีลักษณะเป็นวงกลม สีเขียว(เกิดจากสีของใบเตย) เป็นการนำแป้ง แป้งข้าวเจ้า น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลมะพร้าวและกะทิ ผสมให้เข้ากัน สูตรเดิมแต่โบราณ ความข้นของแป้งขนาดนมข้น ปัจจุบันนี้จะมีส่วนผสมของแป้งข้าวเหนียว และจะเปลี่ยนจากน้ำตาลปี๊บเป็นน้ำตาลทราย ก็แล้วแต่สูตร บางก็ดัดแปลงใส่กล้วยหอม ใส่น้ำใบเตยแทนน้ำเปล่า ลักษณะที่ดีของขนมฝักบัว คือแป้งต้องนุ่ม ขอบขนมต้องกระดกขึ้นมาตรงกลางนูนและนุ่ม มีรสชาติหวาน และด้านล่างของขนมเป็นใยเหมือนสายบัว บริเวณรอบๆ กรอบ ขนมฝักบัวมักจะใช้ในพิธีแต่งงานโดยใส่ในขันหมากและจะชิ้นใหญ่ๆไม่ได้ทำเป็นชิ้นเล็กๆพอคำ หรืออย่างที่เราๆเห็นกัน ความหมายที่ทำให้ใหญ่และนำขนมฝักบัวใส่ในขันหมาก สันนิษฐานไว้ว่า หมายถึง ความเจริญเติบโตของบัวในสระ ที่เป็นไปอย่างง่ายๆและรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้การดูแลมากมาย จากเหตุนี้เลยทำให้คิดกันไปว่าง่ายๆ และรวดเร็วนี่แหละจะเป็นจุดเด่นของการทำขนมฝักบัวมาในขันหมาก เพื่อหวังให้คู่สมรสเจริญรุ่งเรืองและรวดเร็วอย่างง่ายๆเช่นกัน

ส่วนผสมแป้งข้าวเจ้าสด 2 ถ้วยแป้งข้าวเหนียวสด ¼ ถ้วยน้ำตาลทราย ½ ถ้วยน้ำมัน 2 ถ้วยน้ำใบเตย ¼ ช้อนชาน้ำสะอาด ½ ถ้วยเกลือเล็กน้อย

วิธีทำ



Advertisment




1. เทแป้งทั้งสองชนิดกันรวมกัน ละลายน้ำตาล เกลือ และน้ำใบเตยในน้ำสะอาด เทลงในแป้ง คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันจนเป็นครีมข้นเข้ากันดี ตั้งพักไว้จนแป้งขึ้น สังเกตจากฟองปุดทั่วผิวแป้ง
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ควรใช้กระทะก้นลึกใบเล็กๆ รอจนน้ำมันร้อน ตักแป้งหยอดลงในกระทะทอดทีละชิ้น คอยตักน้ำมันรดบนขนมให้ทั่วระหว่างทอด พอขอบขนมเริ่มสุกเหลืองกรอบจึงพลิกกลับอีกข้าง ทอดให้สุกทั่วดี ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน


ขอบคุณสูตรและรูปจาก http://www.m-culture.in.th/
Share:

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

จับคู่อาหารเช้า กาแฟสดกับกล้วยปิ้ง อร่อยแบบขนมไทย

จับคู่อาหารเช้า กาแฟสดกับกล้วยปิ้ง อร่อยแบบขนมไทย

เมนูอาหารเช้าตามฉบับ Aerk ก็นำเอาความเป็นขนมไทย กล้วยปิ้งกับกาแฟสดมาทานดื่มคู่กัน Aerk ฝันไว้ว่าถ้าวันหนึ่งได้เปิดร้านกาแฟ ก็จะนำเอากล้วยปิ้งเข้ามาเป็นสมาชิกในร้านกาแฟด้วย คือฉีกแนว จากที่ร้านกาแฟอื่นขายขนมปัง เราก็ดัดแปลงเป็นกินทานกาแฟคู่กับกล้วยปิ้ง อาจจะมี น้ำราดรสชาเขียวกล้วยปิ้ง

ไม่พูดมากดีกว่า ดูรูปเลย

กล้วยปิ้ง
กล้วยปิ้งร้อนๆ

อาหารเช้า กาแฟสดกับกล้วยปิ้ง
อาหารเช้า กาแฟสดกับกล้วยปิ้ง

อาหารเช้า กาแฟสดกับกล้วยปิ้งเป็นแบบฉบับของ Aerk ใครสนใจก็ลองดู ไม่หวง เพราะเป็นอาหารขนมไทยเรา
Share:

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

กล้วยน้ำว้าทำยังไงให้สุกงอมช้า มีเคล็ดมาบอก มีภาพ

กล้วยน้ำว้าทำยังไงให้สุกงอมช้า มีเคล็ดมาบอก มีภาพ

ปกติขายกล้วยปิ้งถ้ากล้วยเหลือก็จะสุกงอมปิ้งไม่ได้เลย ก็หาวิธีการให้กล้วยสุกช้า คือยืดอายุของกล้วย ก็ลองอยู่ สอง สาม วิธีแต่วิธีสุดท้ายได้ผล ไม่ต้องใช้ยาอะไรทั้งสิ้น คือวิธีนี้สามารถยึดอายุไม่ให้กล้วยสุกออกไปอีกได้ 2 วันเลยทีเดียว

วิธีการก็ไม่มีอะไรมาก คือ นำกล้วยทั้งหวีห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ แล้วนำไปแช่ตู้เย็น สมมุตินะครับ นำกล้วยแช่ตู้เย็นตอนเย็น ตอนเช้าก็นำมาปิ้งได้เลย โดยการนำมาปิ้งอย่างพอเพียง ที่เหลือก็แช่ไว้ต่อ เมื่อปิ้งหมด ก็ค่อยเอาออกมาปิ้ง

จากการทดลอง กล้วยสามารถอยู่ในตู้เย็นได้เป็นเวลาประมาณ 2 วัน ยังไงก็ดูรูป

ลักษณะกล้วยก่อนที่จะเข้าตู้เย็น
ลักษณะกล้วยก่อนที่จะเข้าตู้เย็น

ห่อยึดอายุกล้วยเข้าตู้เย็น
ห่อยึดอายุกล้วยเข้าตู้เย็น


หลังจากแช่กล้วยไว้ในตู้เย็น 1 คืน
หลังจากแช่กล้วยไว้ในตู้เย็น 1 คืน
หลังจากแช่กล้วยไว้ในตู้เย็น 1 คืน สังเกตุดู ถ้ากล้วยสุก ตอนฉีกเปลือกจะไม่ขาดล่อน แต่จากรูปด้านบนจะเห็นว่าตอนปอกเปลือกกล้วยจะปอกไม่หมดทีเดียว แสดงว่ากล้วยยังไม่สุกงอม


นำกล้วยไปปิ้ง
นำกล้วยไปปิ้ง
กล้วยหลังจากห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ 1 คืนแล้วนำไปปิ้ง จะเห็นว่ากล้วยไม่เยื้ม คือ ถ้ากล้วยสุกงอมมากกว่านี้เวลาปิ้งก็จะมีน้ำตาลออก ตอนปิ้งกล้วยจะไหม้ก่อนที่จะสุก

ค้นเจอการวิธีการ "กล้วยน้ำว้าทำยังไงให้สุกงอมช้า" ก็ลองทำดู อย่างน้อยก็ยืดอายุของกล้วยไม่ให้สุกงอมได้ 1 วัน

สูตรน้ำราดกล้วยปิ้ง

ติดตามเรื่องเกี่ยวกับอาหารไทยได้ตลอด เมนูอาหาร สูตรอาหารไทย By Aerk
Share:

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ดัดแปลง น้ำจิ้มราดกล้วยปิ้งกินกับขนมปังปิ้ง อร่อยมากๆ เข้ากันได้ดี

ดัดแปลง น้ำจิ้มราดกล้วยปิ้งกินกับขนมปังปิ้ง อร่อยมากๆ เข้ากันได้ดี

หลังจากได้แจกฟรี น้ำจิ้มราดกล้วยปิ้งไปแล้ว คราวนี้ก็นำมาดัดแปลงกับขนมปังปิ้ง คือ นำมาราดกับขนมปังปิ้ง หรือจะกินกับขนมปังเปล่าๆ ก็ได้ ความรู้สึกคล้ายกับแยม(Jam)

แยมไทยๆ แยมน้ำราดกล้วยปิ้งธรรมดาซะที่ใหน ขนมปังก็ซื้อเป็นปอนด์ ก็ได้ หรือจะซื้อที่ร้าน 711 ก็ได้ ซื้อแบบ original แล้วนำมาปิ้งด้วยเตาปิ้งไฟฟ้า หรือเตาปิ้งแก๊ส หรือจะเป็นอบไมโครเวฟ ก็ได้

เมื่ออบหรือปิ้งหอมได้ที่ ก็นำน้ำจิ้มราดกล้วยปิ้งราดลงขนมปัง และทานได้เลย

สูตรน้ำจิ้มราดกล้วยปิ้ง

ขนมปังปิ้ง และ น้ำจิ้มราดกล้วยปิ้ง
ขนมปังปิ้ง และ น้ำจิ้มราดกล้วยปิ้ง

น้ำจิ้มราดกล้วยปิ้งกินกับขนมปังปิ้ง
น้ำจิ้มราดกล้วยปิ้งกินกับขนมปังปิ้ง

Share:

ขนมไทยโบราณ ข้าวเม่า ข้าวเม่าคลุก ข้าวเม่าทอด วัฒนธรรมการกิน

ขนมไทยโบราณ ข้าวเม่า ข้าวเม่าคลุก ข้าวเม่าทอด วัฒนธรรมการกิน ยังหากินได้

ยังจำความได้สมัยเด็กนั่งคั่วข้าวเพื่อตำข้าวเม่า ใช้ก้านกล้วยกวนไปมาจนข้าวแตกเสียงดังเปี๊ยะๆ แล้วก็ใส่ครกตำข้าว ใช้แรงงาน 3 คน สลับกันตำ การตำข้าวเม่าแต่ละคนต้องรู้จังหวะให้ดี ไม่งั้นสากตำชนกันแน่นอน

ข้าวเม่าคลุก
ข้าวเม่าคลุก ใส่มะพร้าว และน้ำตาลทราย
เมื่อตำแล้วก็จะได้ข้าวเม่าสีเขียว ก็กินได้แล้ว แต่ยังไม่พอบางท่านก็ขูดมะพร้าวอ่อนใส่คลุกเคล้า และก็ตามด้วยน้ำตาล

ที่เล่ามา คือ สมัยยังเป็นเด็กที่บ้านปลูกข้าวไร่ ข้าวเม่า คืออาหารที่วิเศษสุดแล้วครับ แต่ที่จะนำเสนอคือ วัฒนธรรมการกิน ข้าวเม่าขนมของไทยเรา ว่ามาได้อย่างไร

ครก ไว้ตำข้าวเม่า
ครก ไว้ตำข้าวเม่า

ข้าวเม่า คือ ข้าวที่ถูกตีหรือทุบจนเมล็ดข้าวแบน ทำมาจากเมล็ดข้าวที่ไม่อ่อนและยังไม่แก่จนเกินไป สามารถทำได้ทั้งข้าวเจ้า ข้าวเหนียวและข้าวเหนียวดำ แต่ที่นิยมคือข้าวเหนียว ข้าวเม่ามีหลายชนิด เช่น ข้าวเม่าอ่อนซึ่งทำมาจากข้าวห่ามที่เปลือกเป็นสีเขียวเข้ม และข้าวเม่าขาวนวล ทำมาจากข้าวเกือบแก่ เปลือกเขียวอมน้ำตาล เยื่อหุ้มเมล็ดข้าวสีน้ำตาล

ข้าวเม่ามีให้กินได้ทุกภาคของไทย ทั้งนี้เพราะแทบทุกภาคมีการปลูกข้าว ทำนาข้าว ปลูกข้าวไร่

ข้าวเม่า ได้มาจากรวงข้าวสีเขียวไล่มาจนถึงสีเขียวตกน้ำตาล การบริโภคข้าวเม่าพบในทุกประเทศที่ปลูกข้าว ตั้งแต่ไทยลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า ภูฏาน อินเดีย ทิเบต ในภูฏานใช้เป็นอาหารว่างกินกับน้ำชา [1] ในไทยเป็นขนมที่นิยมกินมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในอดีตตอนหน้าน้ำจะมีแม่ค้านำขนมใส่เรือมาขาย และขนมกลุ่มนั้นมีข้าวเม่าทอดอยู่ด้วย มีกล่าวถึงข้าวเม่าในนิราศน้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. 2460 ว่า

พวกแม่ค้ามาขายข้าวเม่าทอด แตงเมหลอดน้ำยาแกงปลาไหล
มีเพลงกล่อมเด็กกล่าวถึงข้าวเม่าว่า

โอ้ละเห่เอย หัวล้านนอนเปล ลักข้าวเม่าเขากิน
เขาจับตัวได้ เอาหัวไถลไถดิน หัวล้านมักกิน ตกสะพานลอยไป

วิธีทำข้าวเม่าแบบโบราณ

1) นำเมล็ดข้าวมาคั่วไฟ จนเมล็ดข้าวเริ่มแตก
2) จากนั้นนำมาตำ เพื่อกะเทาะเปลือกออกจากเมล็ด เมื่อตำแล้วจะได้เมล็ดข้าวที่มีลักษณะแบนๆ
3) นำมาใส่กระด้ง ทำการฝัดเพื่อแยกเปลือกออกจากข้าวเม่า
4) จะได้ข้าวเม่าที่สามารถรับประทานได้เลย ซึ่งโดยทั่วไปที่กินทานกัน คือ คลุกเคล้ากับมะพร้าวและน้ำตาล หรืออีกแบบ คือ นำข้าวเม่าที่ตำแล้วนำไปคั่วในกระทะให้สุกและกรอบ หรือเรียกอีกอย่างว่า "ราง" ก็มีรสชาติและความหอมอีกรูปแบบหนึ่ง

ข้าวเม่าทำเป็นขนมได้หลายแบบ

  • ใส่เป็นส่วนผสมในกระยาสารท
  • ข้าวเม่าบด ใช้ข้าวเม่าใหม่คั่วให้หอมแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง หยดหัวกะทิลงบนข้าวเม่าที่กรองไว้ กะทิจะผสมข้าวเม่าเป็นก้อน แล้วนำมากลิ้งไปมาบนฝ่ามือให้เป็นก้อนเหมือนไข่จะละเม็ด
  • ข้าวเม่าราง คือข้าวเม่าที่นำมาคั่วจนพองแล้วกินกับน้ำกะทิ
  • ข้าวเม่าหมี่ เป็นข้าวเม่ารางแบบแห้ง คือใส่กุ้งแห้ง เต้าหู้ทอด ถั่วลิสง หรือใส่น้ำตาลทรายถ้าเป็นแบบหวาน
  • ข้าวเม่าทอด เป็นข้าวเม่ากวนกับน้ำตาลผสมกับแป้งพอกกล้วยไข่ทั้งลูกแล้วทอด บางท้องถิ่นเรียกกล้วยข้าวเม่า

วัฒนธรรมการกิน
ไทยเรามักกินข้าวเม่า เป็นอาหารว่าง เช่น ตำข้าวเม่าระหว่างรวงข้าวกำลังเขียวอ่อน สวย หอมกลิ่นข้าว

สารอาหารที่ได้จากข้าวเม่า

คุณค่าของข้าวเม่ามีมากมาย เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน ธาตุเหล็ก แคลเซียม




ข้าวเม่าประโยชน์ต่อร่างกาย

บำรุงเลือด ป้องกันมะเร็งลำไส้ แก้โรคเหน็บชา ป้องกันโรคปากนกกระจอก เป็นต้น

ข้อมูลอ้างอิง https://th.wikipedia.org/
Share:

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ขนมไทย แจกสูตรน้ำจิ้มราดกล้วยปิ้ง ขายกล้วยปิ้ง อาชีพเสริม อาหารเช้า

ขนมไทย แจกสูตรน้ำราดจิ้มกล้วยปิ้ง ขายกล้วยปิ้ง อาชีพเสริม

ขนมไทย วันนี้แจกสูตรน้ำจิ้มราดกล้วยปิ้ง ไว้ขายกล้วยปิ้ง สร้างรายได้ หรือเหมาะเป็นอาหารเช้าก็ได้ สูตรนี้ทำขายอยู่ ส่วนจะขายดีก็ต้องอยู่ที่ทำเลคนสัญจรไปมา สูตรน้ำจิ้มกล้วยปิ้งมีอยู่มาก ก็แล้วแต่ว่าใครจะดัดแปลงอย่างไร เพิ่มความแปลกใหม่ ใส่ส่วนผสมอะไรบ้าง

ขนมไทย แจกสูตรน้ำจิ้มกล้วยปิ้ง
ขนมไทย แจกสูตรน้ำจิ้มราดกล้วยปิ้ง



Advertisment




แต่ เมนูอาหาร สูตรอาหารไทย By Aerk ขอแจกสูตรที่ทำขายอยู่นี้เป็นวิทยาทาน ท่านใดที่นำไปเขียนต่อก็ขอให้เครดิตกลับมาด้วย จักขอบคุณ

สูตรน้ำจิ้มราดกล้วยปิ้งและวัตถุดิบที่ใช้ จะเริ่มนะบัดนี้ ดูตามรูป 


ใบเตยหอม 4 - 5 ใบ สำหรับ น้ำจิ้มกล้วยปิ้ง
ใบเตยหอม 4 - 5 ใบ สำหรับ น้ำจิ้มกล้วยปิ้ง

นมสดรสจืด ไข่เจียว
นมสดรสจืด ไข่เจียว ใส่ท้ายสุด

แจกสูตรน้ำจิ้มกล้วยปิ้ง, น้ำตาลทราย 2 ขีด
แจกสูตรน้ำจิ้มกล้วยปิ้ง, น้ำตาลทราย 2 ขีด

น้ำตาลทรายแดง 2 ขีด
น้ำตาลทรายแดง 2 ขีด ในรูปได้ใส่ลงรวมกับน้ำทรายขาว

น้ำตาลปึก 2 ขีด
น้ำตาลปึก 2 ขีด


น้ำตาลปี๊บ 2 ขีด
น้ำตาลปี๊บ 2 ขีด

แจกสูตรน้ำจิ้มกล้วยปิ้ง, เทใส่ลงหม้อคน
แจกสูตรน้ำจิ้มกล้วยปิ้ง, นำน้ำตาลทั้งหมด เทใส่ลงหม้อคน

แจกสูตรน้ำจิ้มกล้วยปิ้ง, ตามด้วยน้ำกะทิ
แจกสูตรน้ำจิ้มกล้วยปิ้ง, ตามด้วยน้ำกะทิ
เคล็ดลับ น้ำกะทิคั้นสด เอาเฉพาะหัวกะทิ 1 กก.

น้ำกะทิเหลือเอาไว้
น้ำกะทิเหลือเอาไว้ เพื่อใส่กวนแป้งข้าวโพด





แจกสูตรน้ำจิ้มกล้วยปิ้ง
แจกสูตรน้ำจิ้มกล้วยปิ้ง, จุดไฟอ่อนๆ คนให้น้ำตาลละลายกับน้ำกะทิ


แจกสูตรน้ำจิ้มกล้วยปิ้ง, ใส่ใบเตยหอม
แจกสูตรน้ำจิ้มกล้วยปิ้ง, ใส่ใบเตยหอมลงไป แล้วคนให้กลิ่นหอม

แป้งข้าวโพด กับน้ำกะทิ
แป้งข้าวโพดประมาณ 50 กรัม แล้วใส่น้ำกะทิ คนให้เข้ากัน



แป้งข้าวโพดกับน้ำกะทิ
แป้งข้าวโพดกับน้ำกะทิใส่ลงไปในหม้อน้ำจิ้ม

น้ำจิ้มกล้วยปิ้ง
เร่งไฟให้แรงจน น้ำจิ้มกล้วยปิ้งเดือด



นมสดรสจืด
ใส่นมสดรสจืดลงไป แล้วคนให้เข้ากัน จะได้กลิ่นหอม



Advertisment



สูตรน้ำจิ้มกล้วยปิ้ง
สูตรน้ำจิ้มกล้วยปิ้ง เทใส่ภาชนะ


เป็นยังไงบ้างครับ แจกสูตรน้ำจิ้มราดกล้วยปิ้ง คิดว่าไม่น่ายากน่าจะทำได้กันทุกท่าน ลองทำกินดูก่อน แล้วค่อยทำขาย เชื่อว่ากล้วยปิ้งยังไงก็ขายได้อยู่แล้ว สูตรนี้แจกเป็นวิทยาทาน ส่งเสริมอาชีพของคนไทย

เนื้อหาและรูปโดย เมนูอาหาร สูตรอาหารไทย By Aerk
Share:

ป้ายกำกับ

Recent Posts

Recent Posts Widget

Unordered List